Showing posts with label อัพเดท. Show all posts
Showing posts with label อัพเดท. Show all posts

Sunday, August 29, 2010

รู้ทันมิจฉาชีพ ตอนที่ 3 ท่านคือผู้โชคดี !!

ช่วงนี้ มิจฉาชีพออกอาละวาดกันอีกแล้ว งานดีๆ ไม่ชอบทำกันค่ะ ไรสังคมพวกนี้ชอบหาเงินบนความทุกข์ยากของผู้อื่น และส่วนมาก จับตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้เสียด้วย พวกเราชาวสุจริตชนจึงต้องระมัดระวังรักษาทรัพย์กันเอาเองค่ะ

กระแสบอลโลกที่ผ่านมาแรงมากค่ะ ทำให้เกิดกลุ่มมิจฉาชีพออกมาแจกรางวัลกันเต็มไปหมด สำหรับวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัลจากการชิงโชค หรือทายผลบอล หรือจากการสุ่มแจกรางวัล หรือแม้แต่จากการสุ่มหยิบจากไปรษณียบัตรที่ไม่ได้รับรางวัลจากการทายผลบอล เป็นต้น

โดยกลุ่มมิจฉาชีพ จะโทรศัพท์มายังท่านและอ้างว่าเป็นบริษัทใหญ่ที่ชื่อคุ้นหูกันดี เช่น กระทิงแดง หรือมาม่า เป็นต้น และแจ้งว่า ท่านเป็นผู้โชคดี

มีคนขับรถแท็กซี่ท่านหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาทางโทรศัพท์เคลื่อนที่(มือถือ)ของเขา และได้รับแจ้งว่า กระทิงแดงแจกโชคให้กับผู้ขับรถแท็กซี่ โดยให้แท็กซี่ป้ายแดงใหม่เอี่ยมอ่อง 1 คัน ให้เขาไปรับรางวัลได้ที่เซ็นทรัลบางนา แต่เขาจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายก่อน 5% จากมูลค่ารถ

กลุ่มมิจฉาชีพที่อ้างตนว่าเป็นบริษัทกระทิงแดง จะบอกเลขที่บัญชี ให้โอนเงินค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายในชื่อบุคคลธรรมดา แถมด้วยการอำนวยความสะดวกว่า สามารถโอนผ่าน ATM ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และให้เหตุผลที่ดูเหมือนจะน่าเชื่อถือว่า เมื่อชำระค่าภาษีทางตู้ ATM แล้ว ให้นำสลิปมาที่เซ็นทรัลบางนา เพื่อขอรับรางวับได้ทันที

อีกท่านหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์แจกทองจากการทายผลบอล และให้ชำระค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายก่อนอีกเช่นกัน

ข้อควรสังเกต
1. ท่านจะเป็นผู้โชคดี (ที่โดนหลอก)
2. จะได้รับรางวัลจากการชิงโชค หรือทายผล หรืออะไรสักอย่าง ส่วนมากจะเป็นรถยนต์ และสร้อยคอทองคำ
3. หากท่านสงสัยว่ารางวัลจากที่ไหน อย่างไร มิจฉาชีพจะแก้ตัวว่า เป็นพนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ติดต่อกับผู้โชคดีเท่านั้น รายละเอียดไม่ทราบ หรืออาจย้อนถามท่านว่า ท่านได้เคยชิงรางวัล หรือทายผลบ้างไหม หรืออาจจะมีใครส่งชื่อท่านมาก็ได้
4. มิจฉาชีพจะให้ท่านโอนเงินค่าภาษีก่อน โดยบัญชีที่ท่านต้องโอน มักเป็นชื่อบุคคลธรรมดา
5. มิจฉาชีพ มักให้ท่านโอนผ่านตู้ ATM และใช้ความรวดเร็วในการบอกให้ท่านกดปุ่มโน้นนี้ เพื่อโอนเงิน มิจฉาชีพไม่นิยมให้โอนทางเคาน์เตอร์ธนาคาร เพราะคุณอาจมีการปรึกษาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือคนข้างเคียงได้

ข้อควรรู้

โดยปกติแล้ว หากท่านได้รับการแจกรางวัลจริงๆ ทางบริษัท จะติดต่อท่านมา พร้อมกับบอกให้ท่านนำเงินสด หรือแคชเชียร์เช็คมาชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ตามมูลค่าของรางวัลที่ท่านได้รับ โดยรางวัลที่ท่านได้รับนั้น ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร

แน่นอนอยู่แล้ว ที่ท่านจะต้องเสียภาษี แต่จงจำไว้ว่า บริษัท จะให้ท่านนำมาชำระ ณ สถานที่ที่ท่านรับรางวัล และหากจะต้องมีการถ่ายรูป หรืออัดรายการ จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานกับท่านเป็นกิจลักษณะมากกว่านี้ และหากบางบริษัทจำเป็นต้องให้ท่านชำระเงินภาษี ก็จะต้องเป็นการโอนเข้าบัญชีบริษัท มิใช่ในนามส่วนตัว และทำการส่งมอบทรัพย์สินแล้วเท่านั้น

คิดถึงหลักความจริงที่ว่า ท่านยังไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย ทำไมท่านจะต้องชำระภาษีก่อนละ ??

วิธีแก้ปัญหา
1. มีสติ ไตร่ตรอง ทบทวน
2. พยายามถามข้อมูลเขากลับ ตั้งข้อสงสัยให้มาก หรือขอชื่อ พร้อมเบอร์โทรติดต่อกลับ โดยอาจจะอ้างว่า ขณะนี้ยังไม่สะดวกจะพูดสาย แต่จะขอติดต่อกลับ
3. หากบอกให้โอนเงินทาง ATM ให้บุคคลธรรมดา ให้จั่วหัวไว้เลย ว่า มันมาหลอกเราแน่ๆ
4. หากไม่แน่ใจ หรืออยากลองลุ้นดู ให้ไปยังสถานที่ที่จะรับรางวัล หรือติดต่อกลับไปยังบริษัทที่เขาอ้าง(หาเบอร์ที่ถูกต้องนะคะ อย่าโทรเบอร์ที่เขาให้กลับมา)
5. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ยังไม่ทันได้รับ จะมาหักได้ไง
6. อย่าโลภ จนทำให้เสียทรัพย์

เรื่องแบบนี้ มีให้เห็นบ่อยๆ ฝากเตือนภัยกันต่อๆ ไปด้วยนะคะ

Friday, December 18, 2009

วีซ่าญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องยาก...

หลายคนมีแผนจะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นกัน สำหรับผู้ที่ต้องการไปยลความงามของซากุระ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นคาดการไว้ว่า ปี 2010 หรือ 2553 นี้ ซากุระจะเริ่มบานประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ไปจนถึงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน เมื่อวางแผนว่าจะไปแล้ว เราก็ต้องมาเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร เพื่อขอเข้าประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ

สำหรับท่านที่ขอวีซ่าญี่ปุ่นครั้งแรก ไม่ต้องตกใจค่ะ วีซ่าญี่ปุ่นไม่ยากอย่างที่คิด หากท่านเตรียมตัวและเอกสารทั้งหมดพร้อม วีซ่าของท่านจะสำเร็จลุล่วงภายใน 3 วันทำการค่ะ

ท่านที่ยังไม่มีพาสปอร์ต ต้องไปขอทำพาสปอร์ตก่อนนะคะ ซึ่งระยะเวลาในการขอพาสปอร์ตก็ไม่นานค่ะ ปัจจุบันขั้นตอนรวดเร็ว และสะดวกขึ้นมากค่ะ ถ้าท่านมารับเองใช้เวลาประมาณ 2 - 3 วันทำการ ส่งไปรษณีย์จะประมาณ 5-7 วันค่ะ แต่ต้องเผื่อเวลาไว้กรณีที่ช่วงฤดูท่องเที่ยว จะมีคิวทำพาสปอร์ตยาวมาก

ในที่นี่ จะขอกล่าวแค่เฉพาะวีซ่าท่องเที่ยวนะคะ เมื่อท่านได้พาสปอร์ตมาแล้ว หรือมีอยู่แล้ว เรามาเริ่มต้นการขอวีซ่ากันเลยค่ะ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  1. หนังสือเดินทางที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย
  2. ใบคำร้องขอวีซ่า 1 ใบ(ดาวน์โหลดได้จาก http://www.th.emb-japan.go.jp/th
  3. รูปถ่าย (ขนาด 2 x 2 นิ้ว สีหรือขาวดำ ที่มีพื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลาย ไม่มีการแต่งภาพถ่าย จะต้องเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจนและถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน) 1ใบ
  4. แบบสอบถามเพื่อการยื่นขอวีซ่า (กรุณากรอกโดยเลือกตามวัตถุประสงค์ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และลงลายเซ็นตามหนังสือเดินทาง) 1ใบ
  5. ทะเบียนบ้าน ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
    • ในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นพนักงานหรือข้าราชการ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่สังกัด (ให้ระบุตำแหน่ง, วันเริ่มทำงาน, อัตราเงินเดือน และระยะเวลาวันลาพักร้อน)
    • ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์
    • ใน กรณีนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา และหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการ ค้าของผู้อุปการะ
    • ในกรณีผู้อยู่ภายใต้อุปการะเลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียน การค้าของผู้อุปการะ
    (เอกสารทุกอย่างจะต้องออกไม่เกิน 3 เดือน, ในกรณีที่ผู้ยื่นไม่มีอาชีพ หรือประกอบอาชีพที่ไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจด ทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าได้กรุณาทำหนังสืออธิบายอาชีพและรายได้ โดยละเอียด) ฉบับจริง 1 ชุด
  6. ผู้ที่เดินทางเป็นครั้งแรก หากเคยเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อตัวหรือสกุลหลังจากเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งที่แล้ว ให้เตรียมเอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล
    เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล, ใบสำคัญการสมรส, ใบสำคัญการหย่า ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
  7. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร(ของผู้ยื่นคำร้องหรือของผู้อุปการะ) ฉบับจริงและสำเนา(ทุกหน้า)1 ชุด
    (ใช้สำหรับยื่นในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย ตัวเอง ยกเว้นสำหรับผู้ยื่นที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งมีอัตราเงินเดือนตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไปและสามารถตรวจสอบได้จากหนังสือรับรองการทำงาน ไม่ต้องยื่นสมุดบัญชีธนาคาร ทั้งนี้รวมถึงการยื่นสำหรับครอบครัวในความอุปการะของบุคคลดังกล่าวด้วย)
*ข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย*

หมายเหตุควรรู้

รับคำร้องเวลา : 8.30 - 11.15
ค่าธรรมเนียม : 1,000 บาท (ทั่วไป เพื่อเข้าครั้งเดียว)
นัดฟังผล : อีกสองวันทำการนับจากวันยื่น ในเวลาบ่าย 13.30 - 16.30 น.


ไอ้ข้างบนน่ะ ใครๆ ก็หาอ่านได้ง่ายๆ จากข้อมูลเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูต(เด๋วนี้คำว่า "ทูต" เขาใช้ตัว ท.ทหารกันแล้วค่ะ) คราวนี้ เรามาดูอะไรนอกเหนือจากนั้นกันดีกว่า

Q & A + Tips

1.ไปกับทัวร์แล้วให้บริษัททัวร์เขาจัดการทำให้เลยง่ายกว่าไหม
--> ก็ได้ค่ะ เขาจะพิมพ์ทุกอย่างมาให้หมด แค่เอกสารคุณครบก็ยื่นได้เลย แต่หากคุณอยากไปเอง เพราะจะถูกกว่า ได้ไปที่ๆ อยากไปมากกว่า ยื่นเองก็ไม่ยากค่ะ เพราะยังไง คุณก็ต้องเป็นคนเตรียมเอกสารเองอยู่ดี ทัวร์เขาแค่จัดการพิมพ์ให้ และบางครั้งก็ยื่นให้ด้วย

2. ต้องมีเงินในบัญชีแค่ไหนถึงจะพอ ?
--> หากคุณเป็นพนักงานบริษัท แค่มีจดหมายรับรองเงินเดือน บัญชีเงินเดือนที่มีเงินเดือนเข้าประจำ และเงินที่เพียงพอต่อการไปท่องเที่ยวของคุณก็พอแล้วค่ะ ไม่ต้องมีเป็นแสนๆ
ทัวร์หลายๆ ที่จะบอกว่า ต้องมีเงินสักประมาณ 1- 3 แสน ขอบอกว่า ไม่จริงค่ะ จากประสบการณ์ตรง มีเงินไนบัญชีเกือบ 5 หมื่น ดิฉันก็ขอวีซ่าไปได้แล้ว มีแค่นั้นแหละ...จริงๆ นะ... ไม่ได้ใช้สมุดบัญชีพ่อแม่ หรือหลักฐานทางการเงินอื่นใดเลยค่ะ
ย้ำ... หลักฐานใบรับรองเงินเดือนของคุณ ต้องระบุเงินเดือน ตำแหน่ง วันที่ลาพักร้อน ระยะเวลาที่ทำงานกับบริษัท
--> หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ จดทะเบียนถูกต้องตรวจสอบได้ และก็มีเงินหมุนเวียนในบัญชีสม่ำเสมอ ไม่น้อยจนเกินไปก็พอค่ะ
--> หากคุณเป็นนักเรียน มีจดหมายจากทางมหาลัย ยืนยันชัดเจนว่าคุณเป็นนักศึกษาที่ไหน แล้วคุณได้เงินสนับสนุนจากไหน ครอบครัว พ่อแม่ อันนี้ก็แสดงให้ชัดๆ กันไปค่ะ

3. จะได้วีซ่ากี่วันคะ ?
--> วีซ่า มักจะได้กันที่ 90 วันนับแต่วันขอออกวีซ่า แต่ไม่ได้แปลว่าคุณจะอยู่ได้ 90 วันเสมอไปค่ะ ในวีซ่าจะระบุด้วยว่า ให้อยู๋ได้กี่วัน ซึ่งหากขอครั้งแรก และเที่ยวระยะสั้น ก็มักจะได้ที่ 15 วันค่ะ โดยเมื่อคุณมาถึง เจ้าหน้าที่จะถ่ายรูป ขอลายนิ้วมือ (กดนิ้วชี้ลงบนเครื่องแสกนลายนิ้วมือให้ดังปิ๊งป่อง! เป็นอันเสร็จเรียบร้อย) เจ้าหน้าที่จะแปะสติ๊กเกอร์ Landing Permission นับจากวันที่เรามาถึง ไปจนถึงระยะเวลาที่เราได้รับอนุญาตให้อยู่ในญี่ปุ่น

4. ขั้นตอนการยื่นยุ่งยากไหมคะ จะต้องเจออะไรบ้าง ?
--> เมื่อไปถึง กดบัตรคิว รอเรียก ยื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่รับเอกสารอาจจะถามคุณนิดหน่อย ว่าไปทำอะไร ไปกับใคร ไปกี่วัน ถ้าเอกสารครบถ้วนดี เขาแทบจะไม่ดูรายละเอียดค่ะ เพราะคนดูรายละเอียดไม่ใช่คนที่รับเรื่องในวันที่เราไปยื่นค่ะ แล้วให้เรานั่งรอ รอสักพัก จะเรียกให้ไปรับใบนัดค่ะ
-->หากเอกสารครบถ้วนดี ในใบนัดจะนัดอีกสองวัน ในเวลาบ่าย เช่น คุณมายื่นจันทร์เช้า เขาจะนัดฟังผลบ่ายวันพุธ
-->หากเอกสารมีปัญหา เขาจะวงที่ช่องจะติดต่อสอบถามเพิ่ม หากคุณโดนวงอันนี้ ไม่ต้องใจเสีย เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ข้อมูลให้พร้อม ก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่วีซ่าคุณจะได้ช้าออกไปอีกหน่อยนุง
-->หลังจากนั้น เขาจะโทรติดต่อไปยังข้อมูลที่่คุณให้ทันทีค่ะ ที่นี่ทำงานกันรวดเร็วดั่งสายฟ้าแล่บแปล๊บ แปล๊บ.. พนักงานบริษัทจะโดนถามเรื่องเงินเดือน ระยะเวลาที่ทำงานกับบริษัท วันลาพักร้อน ลาพักร้อนโดนหักเงินไหม ได้รับอนุญาตให้พักร้อนหรือยัง เป็นต้น
--> ถึงวันนัด ก็ไปตามเวลา จ่ายเงิน และขอรับพาสปอร์ตคืน

5. เจ้าหน้าที่จะขอดูตั๋วเครื่องบินก่อนไหม
--> ไม่ค่ะ เขาไม่สนใจ ไม่ต้องออกตั๋วก่อนนะคะ รอได้วีซ่าค่อยไปออกตั๋วยังทัน

6. หญิงโสดขอวีซ่ายาก จริงไหม
--> จริงค่ะ เพราะสาวไทยขึ้นชื่อเรื่องค้าขาย(ขายอะไรคิดเอาเอง)ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ขนาดร้าน sex shop ใน Shinjuku ยังเปิดมิวสิคเพลงไทยหน้าร้าน เป็นอันรู้กันว่า นี่คือร้าน sex shop

6. หาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากไหน
--> นี่เลยค่ะ http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visa1.htm อ่านกันไปให้ฉ่ำปอด และหาดาวน์โหลดเอกสารต่างๆ พร้อมข้อมูลได้เลยค่ะ

พร้อมแล้ว สำหรับปี 53 หรือ 2010 นี้ ปลายเดือนมีนา - ต้นเมษา แพ็คกระเป๋า เตรียมไปชมซากุระบานกันได้เลยค่ะ


----------------------

Thursday, December 3, 2009

รู้ทันมิจฉาชีพ ตอนที่ 2 กระทรวงพาณิชย์คืนกำไร

ว่ากันด้วยเรื่องคนหลอกคนแล้ว น่ากลัวกว่าเจอผีหลอกเสียอีก การหลอกลวงยังไม่จบสิ้น ตอนนี้ จะเป็นเรื่องของเงินๆ ทองๆ อีกเช่นกัน แน่นอนล่ะ พวกมิจฉาชีพย่อมหวังทรัพย์สินเงินทองของท่านอยู่แล้ว

คราวนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องของ บัตรเครดิตอีก แต่กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ จะนำความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง อ้างอิงหน่วยงานราชการเพื่อให้ท่านหลงกล และยอมบอกข้อมูลของท่าน

มิจฉาชีพเหล่านี้ จะเริ่มต้นแจ้งท่านทันทีที่รับสาย

Wednesday, December 2, 2009

รู้ทันมิจฉาชีพ ตอนที่ 1 เหยื่อบัตรเครดิต

ช่วงนี้ แก๊งค์หลอกลวงต้มตุ่นกำลังระบาดหนัก ออกมาตกทองบ้าง หลอกคนแก่บ้าง วันนี้ จะขอเตือนภัยสำหรับผู้มีบัตรเครดิต หรือไม่มีบัตรเครดิตแต่กำลังจะตกเป็นเหยื่อ

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับหลายท่านแล้ว ขออนุญาตนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เราได้รู้ทันมิจฉาชีพ ไม่ตกเป็นเหยื่อง่ายๆ

แก๊งต้มตุ๋นหลอกลวงกลุ่มนี้ จะใช้วิธีการโทรศัพท์ติดต่อท่านมายังโทรศัพท์พื้นฐาน(โทรศัพท์บ้าน) หรือโทรศัพท์มือถือ เบอร์ที่โทรเข้ามานั้น จะไม่โชว์ หรือจะขึ้นว่า Private Number เมื่อท่านกดรับ จะเป็นเสียงเครื่องตอบรับอัตโนมัติ

Thursday, November 12, 2009

หายะปี 2012

หายะปี 2012
เรื่องจริงหรือเรื่องเหลวไหล

"บทความข้่างล่างนี้ เป็นความเชื่อ และ ไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ ยอมรับทั้งสิ้น"
"read at your own risks"

ในปี ค.ศ. 2012 ได้ถูกทำนายว่าจะเป็นปีสิ้นสุดของโลก การทำนายของชนเผ่า มายัน เมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมาจะพิสูจน์ถึงความแม่นยำของปฎิทินชาวมายันหรือไม่ ชาวมายันมีการทำนายว่า วันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 เวลา 11.11 ตามเวลามาตราฐาน GMT จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำลายล้างโลก

Wednesday, October 14, 2009

Facebook - Social networking site ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้

Facebook


Social networking site ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้



Facebook คืออะไร?


มันก็คือ เครือข่ายสังคมขนาดใหญ่บนเวปไซด์นั้นเอง ชื่อ Facebook นั้นได้มาจากชื่อของหนังสือที่จะแจกให้ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีแรกเพื่อจุดประสงค์ในการช่วยเหลือนักเรียนใหม่ ให้ได้รู้จักกับนักเรียนคนอื่นๆได้ดีขึ้น โดยมีรูปหน้าของนักเรียนในมหาวิทยาลัยปรากฎอยู่