<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785</id><updated>2012-02-17T00:28:48.885+07:00</updated><category term='สุขภาพ'/><category term='เทศกาล'/><category term='สนุกสนาน'/><category term='ท่องเที่ยว'/><category term='อัพเดท'/><category term='เทคโนโลยี'/><title type='text'>My Brain's Food</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>18</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-7775506690702238400</id><published>2010-08-29T19:18:00.003+07:00</published><updated>2010-08-29T20:35:36.170+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อัพเดท'/><title type='text'>รู้ทันมิจฉาชีพ ตอนที่ 3 ท่านคือผู้โชคดี !!</title><content type='html'>ช่วงนี้ มิจฉาชีพออกอาละวาดกันอีกแล้ว งานดีๆ ไม่ชอบทำกันค่ะ ไรสังคมพวกนี้ชอบหาเงินบนความทุกข์ยากของผู้อื่น และส่วนมาก จับตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้เสียด้วย พวกเราชาวสุจริตชนจึงต้องระมัดระวังรักษาทรัพย์กันเอาเองค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระแสบอลโลกที่ผ่านมาแรงมากค่ะ ทำให้เกิดกลุ่มมิจฉาชีพออกมาแจกรางวัลกันเต็มไปหมด สำหรับวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัลจากการชิงโชค หรือทายผลบอล หรือจากการสุ่มแจกรางวัล หรือแม้แต่จากการสุ่มหยิบจากไปรษณียบัตรที่ไม่ได้รับรางวัลจากการทายผลบอล เป็นต้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยกลุ่มมิจฉาชีพ จะโทรศัพท์มายังท่านและอ้างว่าเป็นบริษัทใหญ่ที่ชื่อคุ้นหูกันดี เช่น กระทิงแดง  หรือมาม่า เป็นต้น  และแจ้งว่า ท่านเป็นผู้โชคดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีคนขับรถแท็กซี่ท่านหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาทางโทรศัพท์เคลื่อนที่(มือถือ)ของเขา และได้รับแจ้งว่า กระทิงแดงแจกโชคให้กับผู้ขับรถแท็กซี่ โดยให้แท็กซี่ป้ายแดงใหม่เอี่ยมอ่อง 1 คัน ให้เขาไปรับรางวัลได้ที่เซ็นทรัลบางนา แต่เขาจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายก่อน 5% จากมูลค่ารถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มมิจฉาชีพที่อ้างตนว่าเป็นบริษัทกระทิงแดง จะบอกเลขที่บัญชี ให้โอนเงินค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายในชื่อบุคคลธรรมดา แถมด้วยการอำนวยความสะดวกว่า สามารถโอนผ่าน ATM ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และให้เหตุผลที่ดูเหมือนจะน่าเชื่อถือว่า เมื่อชำระค่าภาษีทางตู้ ATM แล้ว ให้นำสลิปมาที่เซ็นทรัลบางนา เพื่อขอรับรางวับได้ทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกท่านหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์แจกทองจากการทายผลบอล และให้ชำระค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายก่อนอีกเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อควรสังเกต&lt;br /&gt;1. ท่านจะเป็นผู้โชคดี (ที่โดนหลอก)&lt;br /&gt;2. จะได้รับรางวัลจากการชิงโชค หรือทายผล หรืออะไรสักอย่าง ส่วนมากจะเป็นรถยนต์ และสร้อยคอทองคำ&lt;br /&gt;3. หากท่านสงสัยว่ารางวัลจากที่ไหน อย่างไร มิจฉาชีพจะแก้ตัวว่า เป็นพนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ติดต่อกับผู้โชคดีเท่านั้น รายละเอียดไม่ทราบ หรืออาจย้อนถามท่านว่า ท่านได้เคยชิงรางวัล หรือทายผลบ้างไหม หรืออาจจะมีใครส่งชื่อท่านมาก็ได้&lt;br /&gt;4. มิจฉาชีพจะให้ท่านโอนเงินค่าภาษีก่อน โดยบัญชีที่ท่านต้องโอน มักเป็นชื่อบุคคลธรรมดา&lt;br /&gt;5. มิจฉาชีพ มักให้ท่านโอนผ่านตู้ ATM และใช้ความรวดเร็วในการบอกให้ท่านกดปุ่มโน้นนี้ เพื่อโอนเงิน มิจฉาชีพไม่นิยมให้โอนทางเคาน์เตอร์ธนาคาร เพราะคุณอาจมีการปรึกษาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือคนข้างเคียงได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อควรรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปกติแล้ว หากท่านได้รับการแจกรางวัลจริงๆ ทางบริษัท จะติดต่อท่านมา พร้อมกับบอกให้ท่านนำเงินสด หรือแคชเชียร์เช็คมาชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ตามมูลค่าของรางวัลที่ท่านได้รับ โดยรางวัลที่ท่านได้รับนั้น ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนอยู่แล้ว ที่ท่านจะต้องเสียภาษี แต่จงจำไว้ว่า บริษัท จะให้ท่านนำมาชำระ ณ สถานที่ที่ท่านรับรางวัล และหากจะต้องมีการถ่ายรูป หรืออัดรายการ จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานกับท่านเป็นกิจลักษณะมากกว่านี้ และหากบางบริษัทจำเป็นต้องให้ท่านชำระเงินภาษี ก็จะต้องเป็นการโอนเข้าบัญชีบริษัท มิใช่ในนามส่วนตัว และทำการส่งมอบทรัพย์สินแล้วเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดถึงหลักความจริงที่ว่า ท่านยังไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย ทำไมท่านจะต้องชำระภาษีก่อนละ ??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีแก้ปัญหา&lt;br /&gt;1. มีสติ ไตร่ตรอง ทบทวน&lt;br /&gt;2. พยายามถามข้อมูลเขากลับ ตั้งข้อสงสัยให้มาก หรือขอชื่อ พร้อมเบอร์โทรติดต่อกลับ โดยอาจจะอ้างว่า ขณะนี้ยังไม่สะดวกจะพูดสาย แต่จะขอติดต่อกลับ&lt;br /&gt;3. หากบอกให้โอนเงินทาง ATM ให้บุคคลธรรมดา ให้จั่วหัวไว้เลย ว่า มันมาหลอกเราแน่ๆ&lt;br /&gt;4. หากไม่แน่ใจ หรืออยากลองลุ้นดู ให้ไปยังสถานที่ที่จะรับรางวัล หรือติดต่อกลับไปยังบริษัทที่เขาอ้าง(หาเบอร์ที่ถูกต้องนะคะ อย่าโทรเบอร์ที่เขาให้กลับมา)&lt;br /&gt;5. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ยังไม่ทันได้รับ จะมาหักได้ไง&lt;br /&gt;6. อย่าโลภ จนทำให้เสียทรัพย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องแบบนี้ มีให้เห็นบ่อยๆ ฝากเตือนภัยกันต่อๆ ไปด้วยนะคะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-7775506690702238400?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/7775506690702238400/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2010/08/3.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/7775506690702238400'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/7775506690702238400'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2010/08/3.html' title='รู้ทันมิจฉาชีพ ตอนที่ 3 ท่านคือผู้โชคดี !!'/><author><name>Lyn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18138794961796975027</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/StP1Z7Ue9-I/AAAAAAAAAFo/nxDsS41d52s/S220/Picture+2.png'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-2213500334056514621</id><published>2010-03-13T08:16:00.004+07:00</published><updated>2010-08-29T20:35:45.042+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สุขภาพ'/><title type='text'>10 วิธี น้ำหนักลด โดยไม่รู้ตัว !</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center; font-weight: bold;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;10 Easy Ways to Burn Calories&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ทุกๆ  7700 cal ที่คุณรับประทานเกินความต้องการของร่างกาย น้ำหนักคุณจะเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม หากคุณต้องการลดน้ำหนัก ไม่ควรลดเกิน 500 cal ต่อวัน เพื่อให้ไม่เกินอันตรายต่อการขาดสารอาหาร อ่อนเพลีย จนในที่สุด กลไกของสมองก็อาจจะสั่งให้คุณต้องทานเข้าไป(เพื่อป้องกันการอดตาย)เปลี่ยนการใช้แคลอรี่เป็นน้อยลง เพื่อสะสมไขมัน(กันตายอีก!) และเมื่อคุณกินเข้าไป แต่ร่างกายถูกปรับให้เผาผลาญน้อยลง มันก็จะไปเก็บเป็นเซลล์ไขมัน ซึ่งก็คือปฎิกิริยา โยโย่ เอฟเฟ็ค (Yo Yo effect)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลดเกิน 1200 cal นั้น สามารถทำได้ หากอยู่ในความดูแลของแพทย์และนักโภชนาการ แต่ทางที่ดี ลดช้าๆ แต่ชัวร์ ดีกว่าใจร้อน จนทำให้เกิด Yo Yo effect&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในการลดน้ำหนักช่วงต้น น้ำหนักจะลงค่อนข้างเร็ว และหลังจากนั้นจะอยู่ในช่วงค่อยๆ ลดอย่างช้าๆ ถึงช้ามากๆ อย่าใจร้อนนะคะ ช้า...แต่ว่ายั่งยืนค่ะ เกริ่นมาซะยาว มาดูวิธีแอบเบิร์นแคลอรี่ (calories burn) กันดีกว่าค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ลุกขึ้นมา ปัดกวาดเช็ดถูห้อง หรือบ้านของคุณ(ด้วยตัวเองนะ ไม่ใช่ใช้คนอื่นทำ) ห้ามเปิดแอร์ทำ ทำไปเรื่อยๆ ให้ได้เกินกว่า 20 นาทีขึ้นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. หากคุณออกกำลังกายในยิมหรือฟิตเนสอยู่แล้ว หรือมีเครื่องออกกำลังกายที่บ้าน ก็แค่เล่นเพิ่มไปอีก 10 นาที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. นั่งดูโชว์ ดูละคร ดูข่าวอยู่หน้าทีวี ทุกช่วงเบรคโฆษณา ก็ลุกขึ้นมาบิดซ้ายขวา วิ่งรอบทีวี รอบห้อง ซิทอัพ วิดพื้นกันไป รายการมาค่อยดูต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. วันหยุด อย่าอยู่บ้านเฉยๆ หากิจกรรมทำ(ที่ไม่ใช่กินบุฟเฟต์) พาพ่อแม่ไปเที่ยวเล่น พาลูกไปสวนสนุก ไปทะเล หรือไปทำบุญทำกุศลซะบ้าง ครอบครัวอบอุ่น จิตใจเบิกบานแล้วยังได้ผลาญไขมันอีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. หากอยู่ที่ทำงานต้องนั่งติดเก้าอี้ตลอด ทุก 1ชั่วโมงก็ยืดเส้นสายสัก 3-5 นาที นั่งไขว้เท้าสลับ ซ้าย ขวา เกร็งหน้าท้อง ใช้มือดันกันเบาะนั่งยกตัวขึ้นเกร็งหน้าท้อง หรือจับพนักพิงหลังแล้วเอี้ยวตัวบิดซ้ายขวา สำหรับเก้าอี้ที่เป็นล้อ ท่านอาจจะลื่นล้มให้ได้อายจนเบิร์นแคลอรี่ได้มากขึ้น&lt;br /&gt;ผู้เขียนเคยนั่งทำบนรถไฟฟ้า คนมอง เราก็ยิ้มให้ คิดจะสวยสุขภาพดีก็อย่าได้แคร์ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. ทำงานออฟฟิสเดียวกันเปลี่ยนจากส่งอีเมล์หากัน เป็นเดินไปคุยงาน ไปปรึกษางานกันต่อหน้าเลยดีกว่า ไม่ต้องกลัวเปลืองพลังงาน (เปลืองๆ สิดี จะได้ลดน้ำหนัก) หากอยากให้มีลายลักษณ์อักษร ตอนเดินไปคุยก็บอกไปเลยว่า เดี๋ยวจะส่งอีเมล์ตามมานะคะ ช่วยส่งกลับคอนเฟิร์มให้ด้วยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. ขึ้นลงไม่กี่ชั้น ใช้บันได(หากคุณไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าและข้อเท้า) ผู้เขียนเคยเดินขึ้นบันได 13 ชั้น ทุกวัน วันแรกๆ รู้สึกเหนื่อย หอบ หมดแรง แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เหนื่อยน้อยลง จนกลายเป็นไม่เหนื่อย เดินได้นาน แข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8. ไปซื้อของใกล้ๆ เดินไปดีกว่า สองป้าย สามป้ายรถ  500 เมตร หรือ 1 กิโลเมตร ก็เดินเอา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. หากไปซื้อของไกล เวลาจอดรถในห้าง จอดให้ไกลขึ้น จะได้เดินมากขึ้นไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. ใช้ตะกร้าในการช้อป ไม่ใช้รถเข็น หิ้วสลับซ้ายขวายกขึ้นลงเล็กน้อย ได้กล้ามแขนด้วยนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ! ที่สำคัญ น้ำเปล่าสะอาดๆ ค่อยๆ ดื่ม ดื่มทั้งวันให้ได้  8 - 10 แก้ว(กรุณาอย่าซดโฮก เพราะร่างกายจะขับออกทันที และไตจะทำงานหนัก) น้ำสะอาดจะปรับสมดุลในร่างกาย ชำระล้างของเสียออกจากร่างกาย ควบคู่กับทานอาหารที่มีประโยชน์ จะเห็นผลเร็วขึ้นค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 0, 0);"&gt;10 วิธีง่ายๆ ทำได้บ่อย ไม่ยุ่งยาก ได้ผลอย่างไร อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังนะคะ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="color: rgb(0, 0, 153);"&gt;** แคลอรี่ที่ร่างกายของมนุษย์จำเป็นต้องใช้ในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และกิจกรรมที่ทำ ท่านสามารถตรวจสอบปริมาณแคลอรี่ที่ใช้ได้ที่ &lt;br /&gt;http://walking.about.com/cs/calories/l/blcalcalc.htm ** &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-2213500334056514621?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/2213500334056514621/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2010/03/10.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/2213500334056514621'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/2213500334056514621'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2010/03/10.html' title='10 วิธี น้ำหนักลด โดยไม่รู้ตัว !'/><author><name>Lyn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18138794961796975027</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/StP1Z7Ue9-I/AAAAAAAAAFo/nxDsS41d52s/S220/Picture+2.png'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-950128778406849861</id><published>2010-01-29T21:15:00.004+07:00</published><updated>2010-01-29T21:27:55.143+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สุขภาพ'/><title type='text'>การกรน - ภัยร้ายที่คุณอาจคาดไม่ถึง</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การกรน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;การกรนมีหลายประเภท สามารถแบ่งออกได้เป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. กรนธรรมดา: ผู้ป่วยมักไม่เดือดร้อน แต่คนรอบข้างเดือดร้อนจากเสียงดัง หรือผู้ป่วยอาจเดือดร้อนในการเข้าสังคมร่วมกับผู้อื่น&lt;br /&gt;2. กรนอันตราย: ผู้ป่วยและคนรอบข้างเดือดร้อน ถ้าไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยอาจมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ทำให้เรียนหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ ถ้าต้องขับรถอาจเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้ นอกจากนั้นจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคอื่นๆได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตในปอดสูง โรคหลอดเลือดในสมอง และอาจมีอายุสั้น อยู่ได้ไม่นาน โดยเฉพาะถ้าดัชนีหยุดหายใจและหายใจแผ่วเบาต่อชั่วโมงมากกว่าหรือเท่ากับ 20 ครั้งในหนึ่งคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การรักษา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การรักษามี  2 ทางเลือก คือ วิธีไม่ผ่าตัด และวิธีผ่าตัด ซึ่งท่านสามารถเลือกได้เพราะการรักษาอาการนอนกรนและ/หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป ในที่นี้อยากแนะนำให้ใช้วิธีไม่ผ่าตัดก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นหรือไม่ชอบหรือไม่สะดวก ท่านสามารถเลือกวิธีผ่าได้ภายหลังได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;วิธีไม่ผ่าตัด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;1. ลดน้ำหนัก ถ้าน้ำหนักตัวเกินมาตราฐาน ควรลดน้ำหนักเนื่องจาก ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตราฐาน จะมีไขมันมาพอกรอบคอ ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบน ตีบแคบ การลดน้ำหนัก จะช่วยลดไขมันดังกล่าว ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ให้ทดลองใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน (CPAP) ปกติเวลานอนเพดานอ่อนและลิ้นไก่ที่ยาว และโคนลิ้นที่โต จะตกลงมาบังทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ ลมที่เป่าเข้าไป จะไปถ่างทางเดินหายใจให้กว้างออก ทำให้ไม่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจ ผู้ป่วยไม่กรน และไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ปัจจุบันตัวเครื่องมีขนาดเล็กสามารถพกพาได้ค่อนข้างสะดวก การใช้เครื่องเป่าลมจะเหมือนกับการใส่แว่นตาใหม่ๆ คืออาจจะรู้สึกอึดอัดบ้างในช่วงแรก ต้องใส่ๆ ถอดๆ เมื่อชินก็จะใส่ได้เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรใช้เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้นขึ้น (HUMIDIFIER)ร่วมด้วยเสมอ เพราะการที่ลมเป่าจมูกเรื่อยๆ ถ้าเป็นลมแห้งและเย็น (โดยเฉพาะถ้านอนเปิดพัดลม หรือ แอร์) จะทำให้เยื่อบุจมูกบวม เกิดอาการคัดจมูกได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เครื่องเป่าลมเย็นต้องเพิ่มความดันมากขึ้น ในการที่จะเอาชนะโพรงจมูกที่ตีบแคบ อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอึดอัดมากขึ้นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ใส่ที่ครอบฟัน แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำเครื่องครอบฟัน (Oral Appliance) ปกติเวลานอนหงาย ขากรรไกรล่างและลิ้นจะตกตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ การใส่เครื่องครอบฟันจะช่วยยึดขากรรไกรบนและล่างเข้าด้วยกัน และเลื่อนขากรรไกรล่างมาทางด้านหน้าและป้องกันไม่ให้ลิ้นและขากรรไกรตกลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งจะทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนกว้างขึ้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนธรรมดาหรือเป็นกรนอันตรายที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง (ดัชนีหยุดหายใจและหายใจแผ่วเบาน้อยกว่า 30 ครั้งต่อชั่วโมง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;วิธีผ่าตัด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;1. การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่โดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency-Assisted Uvulopalatoplasty:RAUP) - ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขอาการนอนกรน โดยเอาเนื้อเยื่อที่หย่อนยานบริเวณลิ้นไก่และเพดานอ่อนออกทีละน้อย โดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ ซึ่งจะทำให้ทางเดินหายใจบริเวณคอหอยกว้างขึ้น โดยการใช้ยาชาเฉพาะที่&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ข้อดี&lt;/span&gt;: อาการปวดหรือเจ็บแผลหลังผ่าตัดน้อยกว่าการใช้แสงเลเซอร์ผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้หลังผ่าตัดโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หลังผ่าตัด:&lt;/span&gt; จะมีแผลที่ผนังในคอทั้งสองข้าง อาจมีอาการเจ็บคอจากแผลผ่าตัด หรือมีไข้ ควรทานอาหารเหลวที่เย็น หรืออาหารอ่อนๆ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ภาวะแทรกซ้อน:&lt;/span&gt; เลือดออกจากแผลผ่าตัด แผลผ่าตัดติดเชื้อ แต่พบได้น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อนและลิ้นไก่ Uvulopalatopharyngoplasty (UPPP) - ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขโดยเอาต่อมทอนซิล ลิ้นไก่ และเนื้อเยื่อที่หย่อนยานบริเวณผนังคอหอยออกทางปากโดยไม่มีแผลภายนอก ใช้วิธีดมยาสลบ ซึ่งจะทำให้ทางเดินหายใจบริเวณคอหอยกว้างขึ้น&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ก่อนผ่าตัด:&lt;/span&gt; ต้องเข้ามาอยู่ในโรงพยาบาลก่อนหนึ่งวันเพื่อเตรียมความพร้อมในการดมยาสลบ บางรายแพทย์อาจแนะนำให้นอนห้อง ICU หลังผ่าตัด 1 คืนเพื่อสังเกตการหายใจหลังผ่าตัด&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หลังผ่าตัด:&lt;/span&gt; จะมีแผลและวัสดุเย็บแผลที่ผนังในคอทั้ง 2 ข้าง อาจมีอาการเจ็บคอจากแผลผ่าตัด หรือมีไข้ ควรทางอาหารเหลวและเย็น&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;ภาวะแทรกซ้อน:&lt;/span&gt; เลือดออกจากแผลผ่าตัด แผลผ่าตัดติดเชื้อ แต่พบได้น้อย ระยะแรกเวลาดื่มน้ำ จะมีสำลักออกจมูกได้บ้าง จึงควรดื่มน้ำและรับประทานอาหารอย่างระมัดระวัง ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การผ่าตัดไม่ได้รักษาอาการนอนกรนและ/หรือภาวะหยุดหายใจให้หายขาด หลังผ่าตัด อาการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจจะยังเหลืออยู่ หรือมีโอกาสกลับมาใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สิ่งที่สำคัญคือ&lt;br /&gt;1. ต้องควบคุมน้ำหนักตัวให้ดี อย่าให้เพิ่ม เนื่องจากการผ่าตัดเป็นการขยายทางเดินหายใจที่แคบให้กว้างขึ้น ถ้าน้ำหนักเพิ่มหลังผ่าตัด ไขมันก็จะไปสะสมอยู่รอบผนังช่องคอ ทำให้ช่องคอกลับมาแคบใหม่ได้ ทำให้อาการนอนกรนหรือหยุดหายใจกลับมาใหม่ได้&lt;br /&gt;2. ต้องหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนตึงตัวและกระชับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: right;"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ข้อมูล: ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ผศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-950128778406849861?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/950128778406849861/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2010/01/blog-post_29.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/950128778406849861'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/950128778406849861'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2010/01/blog-post_29.html' title='การกรน - ภัยร้ายที่คุณอาจคาดไม่ถึง'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-5355225127489520934</id><published>2010-01-16T08:16:00.003+07:00</published><updated>2010-01-16T12:57:15.478+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สุขภาพ'/><title type='text'>สูตรชลอความชรา...ไม่อยากแก่เชิญทางนี้</title><content type='html'>พูดถึงความแก่ แน่นอนว่าทุกคนคงหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ สำหรับบางท่านอาจเห็นว่าเรื่องนี้ไร้สาระ ไม่มีใครเอาชนะแรงดึงดูดได้... แต่หลายท่านคงไม่อยากดูแก่กว่าวัยจริงไหมคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ามีคนมาทักเราว่า ดูแก่กว่าวัยนะ ทำไมเหี่ยวแล้วล่ะ ไปทำอะไรมาทำไมโทรมจัง แค่นี้ จิตใจเราก็หดหู่ แย่ไปตามร่างกายทันที แหม...มนุษย์ปุถุชน มันก็มีคิดมากกันบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยชน์ของการดูแลตัวเองให้ดูอ่อนกว่าวัย จึงไม่ใช่ด้านร่างกาย แต่ทำให้จิตใจเราเบิกบานด้วยนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สูตรเด็ด ไม่แต่ลับ เพื่อชลอความชรา พูดง่ายๆ ก็คือ เคล็ดลับง่ายๆ สำหรับคนไม่อยากแก่ เชิญทางนี้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. คุณต้องบอกตัวเองว่า "ฉันไม่อยากแก่ !!!"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมต้องบอกตัวเอง ?? ก็เพื่อให้เรามีแรงผลักดันที่จะทำตัวให้ look young ไม่ดูแก่ยังไงล่ะ ให้เราได้เตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจกันเลยทีเดียว.. เหมือนกับการสะกดจิตตัวเอง(ไม่ใช่หลอกตัวเองนะ)&lt;br /&gt;ลองพูดคุยกับคนที่อายุน้อยกว่า เพื่อดูทัศนะคติ(ในแง่บวกนะ)ของวัยรุ่น มุมมองต่างๆ ความสดชื่น ร่าเริง กระฉับกระเฉงของคนเหล่านี้ มันน่าอิจฉาใช่ไหมล่ะ... คุณเองก็ทำได้นะ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. คิดบวก ลดเครียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าดูถูกความเครียด มันทำให้เราแก่กว่าวัยเร็วมาก... เมื่อเครียด เราจะขมวดคิ้ว ย่นปาก เบ้หน้า บ่อยๆ เข้าก็ทำให้หน้าเกิดริ้วรอย ผมหงอกเร็ว เซลร่างกายเสื่อม จิตใจหดหู่ ..บางคนเวลาเครียดจะกินจุบจิบ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือในบางรายก็ไม่ทานอาหารเลย... มันทำให้ร่างกายยิ่งโทรมนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มต้นที่ความคิดก่อน คิดให้บวก ในระยะแรกๆ อาจจะยากค่ะ พยายามหาเพื่อนฮาๆ อย่าคิดว่ามันไร้สาระเลย เพื่อนเหล่านี้ช่วยคุณหายเครียดได้ ฮาอย่างเดียวนะคะ อย่าชวนกันไปดื่มเหล้า หรือชวนกันประชดชีวิตให้เสียคน หรืออาจหาทางระบายออกของความเครียด ดูหนัง ฟังเพลง ระบายกับเพื่อน ตะโกนออกมาดังๆ ไปพักผ่อน อยู่กับธรรมชาติ  อะไรก็ตามที่ทำให้คุณโล่ง โปร่ง สบาย หายเครียด เต็มที่เลยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ทานอาหารต้านความชรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารดีๆ ที่มีสารต้านอนุุมูลอิสระ (antioxidant) อยู่รอบตัวเราค่ะ โดยส่วนตัวผู้เขียนแล้ว ชอบดื่มน้ำแครอทคั้นจากเครื่องแยกกากค่ะ ดื่มวันเว้นวันเลยทีเดียว สลับกับน้ำส้มคั้นสด น้ำเสาวรส น้ำฝรั่ง ปริมาณที่ดื่มต่อวันไม่มากเกินไป เพราะอาจทำให้อ้วนจากแคลอรี่เกิน(exceed calorie intake) และแครอทีน (carotene) จากน้ำแครอทมากไปจะทำให้ตัวออกเหลืองๆ ค่ะ อะไรที่มากไปไม่ดีทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผัก และ ผลไม้ ที่สด สะอาด และหลากหลายชนิด คือคำตอบของอาหารต้านชรา เพราะเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ กล่าวคือ วิตามินสูงช่วยให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ มีกากใยช่วยเรื่องการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย มี ไฟโตนิวเทรียน (phytonutrient : phytochemical หรือสารเคมีตามธรรมชาติที่อยู่ในพืชผักผลไม้) ซึ่งเป็นสารให้สีในผักผลไม้ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (หากมีเวลาจะอธิบายเพิ่มเติมให้เป็นหัวข้อเฉพาะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมผักผลไม้ต้องหลากหลายชนิด ? ...ก็เพราะสีที่แตกต่างกันออกไปก็ให้วิตามินและไฟโตนิวเทรียนต่างกันไปด้วย จึงควรทานให้หลากหลายค่ะ.... (แน่นอนว่า หากมีเวลาจะเขียนให้ค่ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การออกกำลังกายทำให้เราแข็งแรง สดชื่น ไม่เหนื่อยง่าย ทำอะไรก็กระฉับกระเฉงว่องไว หลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้ว การออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรง หุ่นเฟิร์ม เซลล์ร่างกายแข็งแรง ทำอะไรก็ไม่เหนื่อยง่ายแล้ว ในขณะที่ท่านออกกำลังกายจะก่อให้เกิดสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) ซึ่งเป็นสารระงับความเจ็บปวด และทำให้คลายกังวล ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น สดชื่นขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ร่างกายจะผลิตสารเอ็นดอร์ฟินขึ้นเมื่อ เกิดความเจ็บปวด เมื่อทานอาหารรสเผ็ดร้อน และการร่วมรักที่สุขสม ร่างกายสดชื่น อารมณ์แจ่มใส ชลอความชราได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. นอนหลับให้เพียงพอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในยามที่เราหลับค่ะ ในระหว่างที่เราได้หลับ อาหารดีๆ วิตามินทั้งหลาย จะเข้าไปเสริมสร้าง และซ่อมแซมทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอนกี่ชั่วโมงถึงจะพอ.... ร่างกายแต่ละท่านต้องการไม่เหมือนกันค่ะ  บางท่านหลับลึก ประมาณ 4-6 ชั่วโมงเขาก็สดชื่นแจ่มใสเต็มที่แล้ว แต่บางท่าน อาจต้องพักผ่อนนานถึง 8 ชั่วโมง... สำหรับท่านที่มีปัญหากับการนอนหลับ หลับไม่ลึก หยุดหายใจขณะนอนหลับ และท่านที่เครียดมากๆ จะทำให้นอนไม่พอ จนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ เรื้อรังตามมา ต้องรีบรักษาและหาทางแก้ไขนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดื่มน้ำเปล่าดีที่สุดค่ะ ชา กาแฟ น้ำอัดลม ไม่ดีต่อสุขภาพ  น้ำสะอาดจะช่วยขับพิษหรือของเสียต่างๆ ออกจากร่างกาย ดื่มน้ำบ่อยๆ ให้ได้วันละประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน จะช่วยให้เซลร่างกายไม่ขาดน้ำ ผิวพรรณจะสดใสค่ะ วิธีดื่มก็ต้องดื่มทั้งวัน ไม่ใช่ดื่มรวดเดียว 3 แก้ว เพราะจะทำให้ไตทำงานหนัก ร่างกายจะขับน้ำส่วนเกินออกทันที ต้องค่อยๆ ดื่ม ดื่มทั้งวันให้ร่างกายได้นำน้ำไปใช้ ให้เซลทั้งหลายได้ดูดซึมน้ำค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อากาศก็เป็นสิ่งสำคัญ อากาศที่สะอาดบริสุทธ์ จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารพิษ(อนุมูลอิสระ) เข้าไปเพิ่ม เราก็ไม่เจ็บป่วยด้วยค่ะ อย่าลืมว่าเซลต่างๆ ในร่างกายเรา ต้องการอาหาร น้ำ และอากาศอ่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อนี้ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ แค่มอบความรัก ความห่วงใย ความอาทร ความเอาใจใส่ มันช่วยให้เรารู้สึกยินดี รู้สึกเบิกบานใจ มีความสุขจากข้างใน มันจะแสดงออกมาทางสีหน้า แววตา ผิวพรรณ ยามกิน ยามนอน ยามตื่น ก็สุขกายสบายใจ ไม่ต้องกลัวใครคิดร้าย ไม่ต้องกังวลใจ ยิ้มแย้มแจ่มใสแบบนี้ นอกจากจะ look good แล้ว ยัง look young (at heart) ด้วยนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;สูตรดีๆ แบบนี้ บอกต่อๆ กันไปค่ะ...&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;.........................&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-5355225127489520934?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/5355225127489520934/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2010/01/blog-post.html#comment-form' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5355225127489520934'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5355225127489520934'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2010/01/blog-post.html' title='สูตรชลอความชรา...ไม่อยากแก่เชิญทางนี้'/><author><name>Lyn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18138794961796975027</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/StP1Z7Ue9-I/AAAAAAAAAFo/nxDsS41d52s/S220/Picture+2.png'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-2369384442522245398</id><published>2009-12-18T10:56:00.006+07:00</published><updated>2010-01-16T12:28:04.893+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ท่องเที่ยว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อัพเดท'/><title type='text'>วีซ่าญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องยาก...</title><content type='html'>หลายคนมีแผนจะไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นกัน สำหรับผู้ที่ต้องการไปยลความงามของซากุระ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นคาดการไว้ว่า ปี 2010 หรือ 2553 นี้ ซากุระจะเริ่มบานประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ไปจนถึงสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน เมื่อวางแผนว่าจะไปแล้ว เราก็ต้องมาเตรียมความพร้อมด้านเอกสาร เพื่อขอเข้าประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับท่านที่ขอวีซ่าญี่ปุ่นครั้งแรก ไม่ต้องตกใจค่ะ วีซ่าญี่ปุ่นไม่ยากอย่างที่คิด หากท่านเตรียมตัวและเอกสารทั้งหมดพร้อม วีซ่าของท่านจะสำเร็จลุล่วงภายใน 3 วันทำการค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านที่ยังไม่มีพาสปอร์ต ต้องไปขอทำพาสปอร์ตก่อนนะคะ ซึ่งระยะเวลาในการขอพาสปอร์ตก็ไม่นานค่ะ ปัจจุบันขั้นตอนรวดเร็ว และสะดวกขึ้นมากค่ะ ถ้าท่านมารับเองใช้เวลาประมาณ 2 - 3 วันทำการ ส่งไปรษณีย์จะประมาณ 5-7 วันค่ะ แต่ต้องเผื่อเวลาไว้กรณีที่ช่วงฤดูท่องเที่ยว จะมีคิวทำพาสปอร์ตยาวมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในที่นี่ จะขอกล่าวแค่เฉพาะ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;วีซ่าท่องเที่ยว&lt;/span&gt;นะคะ เมื่อท่านได้พาสปอร์ตมาแล้ว หรือมีอยู่แล้ว เรามาเริ่มต้นการขอวีซ่ากันเลยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;เอกสารที่ต้องเตรียม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;หนังสือเดินทางที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style="text-decoration: underline;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;span class="blue"&gt;&lt;/span&gt;ใบคำร้องขอวีซ่า 1 ใบ(ดาวน์โหลดได้จาก http://www.th.emb-japan.go.jp/th&lt;br /&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;รูปถ่าย (ขนาด 2 x 2 นิ้ว สีหรือขาวดำ ที่มีพื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลาย ไม่มีการแต่งภาพถ่าย จะต้องเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจนและถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน) &lt;span class="blue"&gt;1ใบ&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;li&gt;แบบสอบถามเพื่อการยื่นขอวีซ่า (กรุณากรอกโดยเลือกตามวัตถุประสงค์ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และลงลายเซ็นตามหนังสือเดินทาง)&lt;span class="blue"&gt;        1ใบ &lt;/span&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ทะเบียนบ้าน&lt;span class="blue"&gt; ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;li&gt;  &lt;ul&gt;&lt;li&gt;ในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นพนักงานหรือข้าราชการ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่สังกัด (ให้ระบุตำแหน่ง, วันเริ่มทำงาน, อัตราเงินเดือน และระยะเวลาวันลาพักร้อน) &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ใน กรณีนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา และหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการ ค้าของผู้อุปการะ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ในกรณีผู้อยู่ภายใต้อุปการะเลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียน การค้าของผู้อุปการะ &lt;/li&gt;&lt;/ul&gt; (เอกสารทุกอย่างจะต้องออกไม่เกิน 3 เดือน, ในกรณีที่ผู้ยื่นไม่มีอาชีพ หรือประกอบอาชีพที่ไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจด ทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าได้กรุณาทำหนังสืออธิบายอาชีพและรายได้ โดยละเอียด) &lt;span class="blue"&gt;ฉบับจริง 1 ชุด&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ผู้ที่เดินทางเป็นครั้งแรก หากเคยเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อตัวหรือสกุลหลังจากเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งที่แล้ว ให้เตรียมเอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล&lt;br /&gt;เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล, ใบสำคัญการสมรส, ใบสำคัญการหย่า       &lt;span class="blue"&gt;ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด&lt;/span&gt; &lt;/li&gt;&lt;li&gt;สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร(ของผู้ยื่นคำร้องหรือของผู้อุปการะ) &lt;span class="blue"&gt;ฉบับจริงและสำเนา(ทุกหน้า)1 ชุด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;(ใช้สำหรับยื่นในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย ตัวเอง ยกเว้นสำหรับผู้ยื่นที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งมีอัตราเงินเดือนตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไปและสามารถตรวจสอบได้จากหนังสือรับรองการทำงาน ไม่ต้องยื่นสมุดบัญชีธนาคาร ทั้งนี้รวมถึงการยื่นสำหรับครอบครัวในความอุปการะของบุคคลดังกล่าวด้วย) &lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;*ข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;หมายเหตุควรรู้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รับคำร้องเวลา         :        8.30 - 11.15&lt;br /&gt;ค่าธรรมเนียม          :        1,000 บาท (ทั่วไป เพื่อเข้าครั้งเดียว)&lt;br /&gt;นัดฟังผล                 :       อีกสองวันทำการนับจากวันยื่น ในเวลาบ่าย 13.30 - 16.30 น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้ข้างบนน่ะ ใครๆ ก็หาอ่านได้ง่ายๆ จากข้อมูลเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูต(เด๋วนี้คำว่า "ทูต" เขาใช้ตัว ท.ทหารกันแล้วค่ะ) คราวนี้ เรามาดูอะไรนอกเหนือจากนั้นกันดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center; font-weight: bold;"&gt;Q &amp;amp; A + Tips&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;1.ไปกับทัวร์แล้วให้บริษัททัวร์เขาจัดการทำให้เลยง่ายกว่าไหม&lt;br /&gt;--&gt; ก็ได้ค่ะ เขาจะพิมพ์ทุกอย่างมาให้หมด แค่เอกสารคุณครบก็ยื่นได้เลย แต่หากคุณอยากไปเอง เพราะจะถูกกว่า ได้ไปที่ๆ อยากไปมากกว่า ยื่นเองก็ไม่ยากค่ะ เพราะยังไง คุณก็ต้องเป็นคนเตรียมเอกสารเองอยู่ดี ทัวร์เขาแค่จัดการพิมพ์ให้ และบางครั้งก็ยื่นให้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ต้องมีเงินในบัญชีแค่ไหนถึงจะพอ ?&lt;br /&gt;--&gt; หากคุณเป็นพนักงานบริษัท แค่มีจดหมายรับรองเงินเดือน บัญชีเงินเดือนที่มีเงินเดือนเข้าประจำ และเงินที่เพียงพอต่อการไปท่องเที่ยวของคุณก็พอแล้วค่ะ ไม่ต้องมีเป็นแสนๆ&lt;br /&gt;ทัวร์หลายๆ ที่จะบอกว่า ต้องมีเงินสักประมาณ 1- 3 แสน ขอบอกว่า ไม่จริงค่ะ จากประสบการณ์ตรง มีเงินไนบัญชีเกือบ 5 หมื่น ดิฉันก็ขอวีซ่าไปได้แล้ว มีแค่นั้นแหละ...จริงๆ นะ... ไม่ได้ใช้สมุดบัญชีพ่อแม่ หรือหลักฐานทางการเงินอื่นใดเลยค่ะ&lt;br /&gt;ย้ำ... หลักฐานใบรับรองเงินเดือนของคุณ ต้องระบุเงินเดือน ตำแหน่ง วันที่ลาพักร้อน ระยะเวลาที่ทำงานกับบริษัท&lt;br /&gt;--&gt; หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ จดทะเบียนถูกต้องตรวจสอบได้ และก็มีเงินหมุนเวียนในบัญชีสม่ำเสมอ ไม่น้อยจนเกินไปก็พอค่ะ&lt;br /&gt;--&gt; หากคุณเป็นนักเรียน มีจดหมายจากทางมหาลัย ยืนยันชัดเจนว่าคุณเป็นนักศึกษาที่ไหน แล้วคุณได้เงินสนับสนุนจากไหน ครอบครัว พ่อแม่ อันนี้ก็แสดงให้ชัดๆ กันไปค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. จะได้วีซ่ากี่วันคะ ?&lt;br /&gt;--&gt; วีซ่า มักจะได้กันที่ 90 วันนับแต่วันขอออกวีซ่า แต่ไม่ได้แปลว่าคุณจะอยู่ได้ 90 วันเสมอไปค่ะ ในวีซ่าจะระบุด้วยว่า ให้อยู๋ได้กี่วัน ซึ่งหากขอครั้งแรก และเที่ยวระยะสั้น ก็มักจะได้ที่ 15 วันค่ะ โดยเมื่อคุณมาถึง เจ้าหน้าที่จะถ่ายรูป ขอลายนิ้วมือ (กดนิ้วชี้ลงบนเครื่องแสกนลายนิ้วมือให้ดังปิ๊งป่อง! เป็นอันเสร็จเรียบร้อย) เจ้าหน้าที่จะแปะสติ๊กเกอร์  Landing Permission นับจากวันที่เรามาถึง ไปจนถึงระยะเวลาที่เราได้รับอนุญาตให้อยู่ในญี่ปุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ขั้นตอนการยื่นยุ่งยากไหมคะ จะต้องเจออะไรบ้าง ?&lt;br /&gt;--&gt; เมื่อไปถึง กดบัตรคิว รอเรียก ยื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่รับเอกสารอาจจะถามคุณนิดหน่อย ว่าไปทำอะไร ไปกับใคร ไปกี่วัน ถ้าเอกสารครบถ้วนดี เขาแทบจะไม่ดูรายละเอียดค่ะ เพราะคนดูรายละเอียดไม่ใช่คนที่รับเรื่องในวันที่เราไปยื่นค่ะ แล้วให้เรานั่งรอ รอสักพัก จะเรียกให้ไปรับใบนัดค่ะ&lt;br /&gt;--&gt;หากเอกสารครบถ้วนดี ในใบนัดจะนัดอีกสองวัน ในเวลาบ่าย เช่น คุณมายื่นจันทร์เช้า เขาจะนัดฟังผลบ่ายวันพุธ&lt;br /&gt;--&gt;หากเอกสารมีปัญหา เขาจะวงที่ช่องจะติดต่อสอบถามเพิ่ม หากคุณโดนวงอันนี้ ไม่ต้องใจเสีย เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ข้อมูลให้พร้อม ก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่วีซ่าคุณจะได้ช้าออกไปอีกหน่อยนุง&lt;br /&gt;--&gt;หลังจากนั้น เขาจะโทรติดต่อไปยังข้อมูลที่่คุณให้ทันทีค่ะ ที่นี่ทำงานกันรวดเร็วดั่งสายฟ้าแล่บแปล๊บ แปล๊บ.. พนักงานบริษัทจะโดนถามเรื่องเงินเดือน ระยะเวลาที่ทำงานกับบริษัท วันลาพักร้อน ลาพักร้อนโดนหักเงินไหม ได้รับอนุญาตให้พักร้อนหรือยัง เป็นต้น&lt;br /&gt;--&gt; ถึงวันนัด ก็ไปตามเวลา จ่ายเงิน และขอรับพาสปอร์ตคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. เจ้าหน้าที่จะขอดูตั๋วเครื่องบินก่อนไหม&lt;br /&gt;--&gt; ไม่ค่ะ เขาไม่สนใจ ไม่ต้องออกตั๋วก่อนนะคะ รอได้วีซ่าค่อยไปออกตั๋วยังทัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. หญิงโสดขอวีซ่ายาก จริงไหม&lt;br /&gt;--&gt; จริงค่ะ เพราะสาวไทยขึ้นชื่อเรื่องค้าขาย(ขายอะไรคิดเอาเอง)ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ขนาดร้าน sex shop ใน Shinjuku ยังเปิดมิวสิคเพลงไทยหน้าร้าน เป็นอันรู้กันว่า นี่คือร้าน sex shop&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. หาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากไหน&lt;br /&gt;--&gt; นี่เลยค่ะ http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visa1.htm อ่านกันไปให้ฉ่ำปอด และหาดาวน์โหลดเอกสารต่างๆ พร้อมข้อมูลได้เลยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;พร้อมแล้ว สำหรับปี 53 หรือ 2010 นี้ ปลายเดือนมีนา - ต้นเมษา แพ็คกระเป๋า เตรียมไปชมซากุระบานกันได้เลยค่ะ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;----------------------&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-2369384442522245398?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/2369384442522245398/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/12/blog-post.html#comment-form' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/2369384442522245398'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/2369384442522245398'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/12/blog-post.html' title='วีซ่าญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องยาก...'/><author><name>Lyn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18138794961796975027</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/StP1Z7Ue9-I/AAAAAAAAAFo/nxDsS41d52s/S220/Picture+2.png'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-7946922384423782749</id><published>2009-12-03T17:34:00.004+07:00</published><updated>2009-12-20T00:42:14.677+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อัพเดท'/><title type='text'>รู้ทันมิจฉาชีพ ตอนที่ 2 กระทรวงพาณิชย์คืนกำไร</title><content type='html'>ว่ากันด้วยเรื่องคนหลอกคนแล้ว น่ากลัวกว่าเจอผีหลอกเสียอีก การหลอกลวงยังไม่จบสิ้น ตอนนี้ จะเป็นเรื่องของเงินๆ ทองๆ อีกเช่นกัน แน่นอนล่ะ พวกมิจฉาชีพย่อมหวังทรัพย์สินเงินทองของท่านอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องของ บัตรเครดิตอีก แต่กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ จะนำความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง อ้างอิงหน่วยงานราชการเพื่อให้ท่านหลงกล และยอมบอกข้อมูลของท่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิจฉาชีพเหล่านี้ จะเริ่มต้นแจ้งท่านทันทีที่รับสาย&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;“สวัสดีครับ ผม................. ติดต่อมาจากกระทรวงพาณิชย์/ธนาคารแห่งประเทศไทย จะขอเรียนให้คุณ............. ทราบว่า คุณคือผู้โชคดีจากการสุ่มชื่อคืนกำไรของกระทรวงพาณิชย์/ธนาคารแห่งประเทศไทย ครับ ขณะนี้เรามีนโยบายช่วยเหลือประชาชน โดยการคืนกำไรให้กับผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตครับ”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;และจะพยายามอธิบายต่อว่า มันเป็นนโยบายใหม่ ซึ่งไม่ได้ให้สิทธิกับทุกท่าน จะได้เฉพาะผู้ที่ระบบคอมพิวเตอร์สุ่มชื่อขึ้นมา ซึ่งคุณคือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;“ผู้โชคดี”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;กลุ่มมิจฉาชีพ จะขอให้ท่านแจ้งข้อมูลส่วนตัว และอ้างว่า เพื่อให้ไม่ให้เกิดการผิดพลาด ผิดตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;--- ข้อมูลที่จะถามมีดังนี้ ---&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. นามสกุล&lt;br /&gt;2. วัน เดือน ปี เกิด&lt;br /&gt;3. หมายเลขบัตรเครดิตที่ใช้ (เพื่อเข้าร่วมรายการคืนกำไร)&lt;br /&gt;4. ที่อยู่ที่จัดส่งใบแจ้งหนี้ของบัตรเครดิตใบนั้น&lt;br /&gt;5. รหัสหลังบัตร 3 ตัว (มันมาอีกแล้ว)&lt;br /&gt;6. บัญชีเงินฝากที่ประสงค์จะร่วมรายการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากท่านสงสัยว่าจะแจกรางวัลยังไง จะคืนกำไรยังไง เขาจะมีวิธีพูดโน้มน้าว ว่ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรจะโอนเข้าบัญชีเงินฝาก หรือวิธีการอื่นใด ให้ท่านหลงเชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;--- ข้อสังเกต ---&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. กระทรวงพาณิชย์/ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ ไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติ สุ่มแจกรางวัลด้วยระบบคอมพิวเตอร์เด็ดขาด !!!&lt;br /&gt;2. กระทรวง/ธปท ไม่ใช่เกมส์โชว์ ไม่ใช่ห้างร้าน ไม่ได้ขายของ ไม่จัดโปรโมชั่นคืนกำไรแน่นอน&lt;br /&gt;3. หากกระทรวง/ธปท. จะมีนโยบายใดๆ ต้องประกาศให้ประชาชนทราบ&lt;br /&gt;4. เบอร์โทรติดต่อ เป็นเบอร์ 02 เมื่อลองโทรกลับไปจะพบว่า เป็นระบบตอบรับอัตโนมัติ แจ้งว่าเป็นบริษัทประกัน หรือบริษัทชื่ออื่นๆ ซึ่งไม่ใช่เบอร์กระทรวง/ ธปท&lt;br /&gt;5. หากท่านสงสัยมาก ถามเยอะ มีแววว่าไม่เชื่อ เขาจะรีบตัดบท แล้วบอกว่าติดต่อผิดคน ชื่อน่าจะซ้ำกัน แล้วรีบวางสายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;--- วิธีแก้ปัญหา ---&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. อย่าโลภ ยับยั้งชั่งใจให้มากเข้าไว้ ยืนอยู่บนเหตุผลมากๆ&lt;br /&gt;2. ถ้าไม่แน่ใจ กลัวเสียโอกาสทอง บอกเขาไปว่าติดประชุมอยู่ ขอชื่อ และ เบอร์ติดต่อกลับแล้วจะโทรกลับอีก 10 นาที (แต่เชื่อได้เลย ว่าคุณอาจจะได้รับการปฏิเสธเพราะเขาไม่กล้าให้ข้อมูล หรือเขาอาจขอติดต่อคุณกลับเอง)&lt;br /&gt;3. วางสายไปซะ อย่าไปเสียเวลาคุย เปลืองเวลาเปล่าๆ ท่านโดนหลอกแล้ว !!!&lt;br /&gt;4. ให้เขารอสาย รีบวิ่งไปหาโทรศัพท์เครื่องอื่นแล้วโทรหา กระทรวง/ธปท. เพื่อสอบถามข้อมูล แล้วค่อยกลับมาคุยกับเขา หรือวางสายทิ้งไปเลย เพราะแหงล่ะ...ท่านถูกหลอก...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนโลภ หรือ คนเสียรู้ โดนหลอกกันมาเยอะแล้วค่ะ อย่าไปหลงกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;-----------------------------&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-7946922384423782749?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/7946922384423782749/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/12/2.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/7946922384423782749'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/7946922384423782749'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/12/2.html' title='รู้ทันมิจฉาชีพ ตอนที่ 2 กระทรวงพาณิชย์คืนกำไร'/><author><name>Lyn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18138794961796975027</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/StP1Z7Ue9-I/AAAAAAAAAFo/nxDsS41d52s/S220/Picture+2.png'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-5487216930375985756</id><published>2009-12-02T23:53:00.009+07:00</published><updated>2009-12-24T22:58:07.297+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อัพเดท'/><title type='text'>รู้ทันมิจฉาชีพ ตอนที่ 1 เหยื่อบัตรเครดิต</title><content type='html'>ช่วงนี้ แก๊งค์หลอกลวงต้มตุ่นกำลังระบาดหนัก ออกมาตกทองบ้าง หลอกคนแก่บ้าง วันนี้ จะขอเตือนภัยสำหรับผู้มีบัตรเครดิต หรือไม่มีบัตรเครดิตแต่กำลังจะตกเป็นเหยื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับหลายท่านแล้ว ขออนุญาตนำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เราได้รู้ทันมิจฉาชีพ ไม่ตกเป็นเหยื่อง่ายๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แก๊งต้มตุ๋นหลอกลวงกลุ่มนี้ จะใช้วิธีการโทรศัพท์ติดต่อท่านมายังโทรศัพท์พื้นฐาน(โทรศัพท์บ้าน) หรือโทรศัพท์มือถือ เบอร์ที่โทรเข้ามานั้น จะไม่โชว์ หรือจะขึ้นว่า Private Number เมื่อท่านกดรับ จะเป็นเสียงเครื่องตอบรับอัตโนมัติ&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"บัตรเครดิตธนาคาร.....ของท่าน มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นจำนวน..........บาท หากท่านต้องการทราบรายละเอียด กรุณากด 9 เพื่อทำรายการ" &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;--- ข้อสังเกต&lt;/span&gt; ---&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. หมายเลขที่โทรเข้ามา ไม่โชว์เบอร์ หรือขึ้น Private Number&lt;br /&gt;2. คุณภาพเสียงของเครื่องอัตโนมัติไม่ค่อยดีค่ะ เสียงบ้านๆ แล้วยังไม่ใส ไม่ชัดอีกต่างหาก พิรุธตั้งแต่แรกฟังแล้ว&lt;br /&gt;3. ธนาคารที่แจ้ง อาจเป็นธนาคารใดๆ ก็ได้ ซึ่งท่านอาจจะมี หรือไม่มีบัตรเครดิตอยู่&lt;br /&gt;--&gt; หากท่านใช้บัตรเครดิตธนาคารนั้นๆ ท่านอาจจะคิดได้ว่า "ฉันไม่ได้ใช้นี่" หรือ "เอ๊ะ เป็นค่าอะไรนะ" ท่านอาจจะหลงกล&lt;br /&gt;--&gt; หากท่านไม่มีบัตรเครดิตธนาคารนั้น ท่านก็จะกลัวว่า ท่านถูกใครปลอมบัตรหรือปลอมเอกสารในการสมัครบัตร&lt;br /&gt;4. จำนวนเงินที่แจ้ง อาจะเป็นเท่าไหร่ก็ได้ แต่ส่วนมากจะประมาณ  3 พันกว่าขึ้นไป และมักจะไม่ใช่เลขถ้วนๆ เพื่อให้สมจริง เช่น "3,675 บาท"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากท่านจับพิรุธไม่ได้ หรือตกใจจะโดนสวมรอยใช้บัตรเครดิต จนกดปุ่มติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะถามท่านในหัวข้อสำคัญๆ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ชิ่อจริง นามสกุลจริง&lt;br /&gt;2. วัน เดือน ปีเกิด เลขบัตรประชาชน&lt;br /&gt;3. หมายเลขโทรศัพท์&lt;br /&gt;4. หมายเลขบัตรเครดิต&lt;br /&gt;4.1 กรณีที่ บังเอิญคุณใช้บัตรธนาคารที่เขาแจ้ง จะถาม หมายเลขบัตรเครดิต และรหัสหลังบัตร 3 ตัว (รหัส 3 ตัวหลังบัตรนี้  จะทำให้มิจฉาชีพนำไปซื้อสินค้า online ได้ทันที&lt;br /&gt;4.2 กรณีท่านไม่มีบัตรเครดิตธนาคารดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะแจ้งว่า ท่านอาจถูกปลอมเอกสาร ให้ท่าน fax เอกสารบัตรประชาชน หรือเอกสารสำคัญอื่นๆ หน้าสมุดบัญชี เพื่อแจ้งขอคืนเงิน หรือขอให้ท่านไปกดรหัสที่ตู้ ATM แต่จะบอกรหัสเป็นการโอนเงินให้เขาแทน !!!&lt;br /&gt;5. ที่อยู่เพื่อจัดส่งเอกสาร หรือที่อยู่ตามใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต&lt;br /&gt;6. วงเงินที่ได้รับอนุมัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลที่เขาถาม อาจไม่ถามทุกอย่างที่กล่าวมา แต่เพียงข้อมูลสำคัญของคุณบางข้อมูล ก็ทำให้คุณตกเป็นเหยื่อได้แล้ว เช่น ดังที่กล่าวข้างต้น รหัสหลังบัตร 3 ตัว ก็ทำให้คุณเป็นหนี้ จากการที่มิจฉาชีพนำไปซื้อของ online ขอข้อมูลทางบัญชีและหลอกว่าจะคืนเงินแต่กลายเป็นให้โอนเงินให้เขา หรือส่งเอกสารสำคัญแก่เขา เขาจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำเอกสารปลอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;--- วิธีจัดการปัญหา&lt;/span&gt; ---&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วางสายซะ ไม่ต้องไปเสียเวลาฟังเรื่องหลอกลวง แล้วหาเบอร์โทรของธนาคารนั้น โทรไปติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารด้วยตัวท่านเอง เพื่อให้แน่ใจว่า ท่านจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องจากธนาคารเอง ไม่ใช่จากกลุ่มมิจฉาชีพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;อย่าตกเป็นเหยื่อ !!! รู้ทัน และบอกต่อนะคะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;----------------------------&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-5487216930375985756?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/5487216930375985756/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/12/1.html#comment-form' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5487216930375985756'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5487216930375985756'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/12/1.html' title='รู้ทันมิจฉาชีพ ตอนที่ 1 เหยื่อบัตรเครดิต'/><author><name>Lyn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18138794961796975027</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/StP1Z7Ue9-I/AAAAAAAAAFo/nxDsS41d52s/S220/Picture+2.png'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-828757274301632907</id><published>2009-12-02T22:51:00.003+07:00</published><updated>2009-12-02T23:33:11.327+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สุขภาพ'/><title type='text'>Sleep Apnea โรคร้ายที่คนคาดไม่ถึง</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center; font-weight: bold;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;Sleep Apnea&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;Sleep apnea คือ อาการ ผิดปกติในการนอนหลับ ลักษณะอาการคือมีการหยุดหายใจในขณะนอนหลับ ทุกๆ ครั้งที่มีการหยุดหายใจจะเรียกว่า apnea ซึ่งมาจากภาษากรีกแปลว่า "หายใจ" การเกิด apnea แต่ละครั้งจะทำให้มีการหยุดหายใจ 1 ครั้งหรือมากกว่านั้น อาการหยุดหายใจจะเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาตลอดคืน&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Sleep Apnea แบ่งได้เป็นสองกลุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. Central sleep apnea พบได้น้อยเป็นผลจากการที่สมองไม่ส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อเพื่อให้เกิดการเริ่มหายใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. Obstructive sleep apnea เกิดจากการที่อากาศไม่สามารถผ่านเข้าออกจมูกและปากของผู้ป่วยได้แม้ว่าจะมี การพยายามจะหายใจอยู่ตลอดเวลาก็ตาม. เนื่องจากภาวะนี้พบได้บ่อยกว่า  central sleep apnea มาก&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;การเกิด sleep apnea มีผลมาจากปัจจัยทางด้านกายภาพที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่นกล้ามเนื้อของเพดานอ่อนหย่อนยาน โคนลิ้นโต และลิ้นไก่หย่อน สภาำพดังกล่างนี้อาจไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการหยุดหายใจ ดังนั้นร่างกายต้องใช้แรงดันหายใจมากจนทำให้เกิดเสียงดัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่หยุดหายใจจะมีระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง และระดับคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้น ซึ่งจะไปกระตุ้นศูนย์การหายใจในสมองและทำให้ระบบหายใจตื่นตัวขึ้น นั่นคือ สมองส่งสัญญาณประสาทไปเปิดกล้ามเนื้อในทางเดินหายใจส่วนบน ตามมาด้วยอาการหายใจเฮือกอย่างดังและแรง การตื่นตัวของสมองเช่นนี้จะทำให้ไม่สามารถหลับสนิทได้ตลอดคืน จึงมีผลทำให้เกิดการง่วงนอนมากในเวลากลางวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Sleep Apnea มักจะเป็นบ่อเกิดของโรค ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ มักจะเกิดกับผู้ชายที่อ้วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการที่สังเกตได้ง่ายของคนที่เป็น Sleep Apnea คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. นอนกรนเสียงดัง&lt;br /&gt;2. มีอาการสำลักและหายใจแรงๆ ระหว่างนอนหลับ&lt;br /&gt;3. มีอาการง่วงนอนมากจนผิดปกติในเวลากลางวัน ทั้งๆ ที่นอนหลับปกติในเวลากลางคืน&lt;br /&gt;4. มีสมาธิสั้นลงและหงุดหงิดง่าย&lt;br /&gt;5. ชายอ้วนและมีความผิดปกติของโครงหน้า&lt;br /&gt;6. ปวดศีรษะเวลากลางคืนและหลังตื่นนอนตอนเช้า&lt;br /&gt;7. เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ&lt;br /&gt;8. ลมชัก&lt;br /&gt;9. ปวดศีรษะถ้าโดนแดด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเกิดมีอาการดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจสภาพการนอน (Sleep Lab) เพื่อวัดการหยุดหายใจ และการเปลี่ยนแปลงคลื่นหัวใจ การกระตุกของร่างกายในขณะนอนหลับ ผู้เข้าตรวจจะได้รับการติดตั้งเครื่องวัดต่างๆที่ร่างกาย และต้องนอนพักผ่อนในห้องที่จัดไว้เป็นเวลา 1 คืนเพื่อทดสอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการรักษา Sleep Apnea&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ลดความเสี่ยงที่จะเกิด Sleep Apnea เช่น การลดน้ำหนัก เลี่ยงการสูบบุหรี่ แอลกฮอล์ก่อนเข้านอน&lt;br /&gt;2. การใช้เครื่องช่วยสร้างแรงดันบวกในทางเดินหายใจ (Continuous Positive Airway Pressure, CPAP&lt;br /&gt;3. การใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรมในช่องปากเพื่อเพิ่มขยายช่องทางเดินหายใจ&lt;br /&gt;4. การผ่าตัด ตบแต่ง ช่องทางเดินหายใจ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-828757274301632907?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/828757274301632907/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/12/sleep-apnea.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/828757274301632907'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/828757274301632907'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/12/sleep-apnea.html' title='Sleep Apnea โรคร้ายที่คนคาดไม่ถึง'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-5201055859792998984</id><published>2009-11-12T22:16:00.005+07:00</published><updated>2009-11-18T12:11:22.877+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อัพเดท'/><title type='text'>หายะปี 2012</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center; font-weight: bold;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;หายะปี 2012&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center; font-style: italic;"&gt;เรื่องจริงหรือเรื่องเหลวไหล&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"บทความข้่างล่างนี้ เป็นความเชื่อ และ ไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ ยอมรับทั้งสิ้น&lt;/span&gt;"&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;"read at your own risks"&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ในปี ค.ศ. 2012 ได้ถูกทำนายว่าจะเป็นปีสิ้นสุดของโลก การทำนายของชนเผ่า&lt;span style="font-weight: bold;"&gt; มายัน&lt;/span&gt; เมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมาจะพิสูจน์ถึงความแม่นยำของปฎิทินชาว&lt;span&gt;มายัน&lt;/span&gt;หรือไม่ ชาวมายันมีการทำนายว่า วันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 เวลา 11.11 ตามเวลามาตราฐาน GMT จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำลายล้างโลก&lt;span style="visibility: visible;" id="main"&gt;&lt;span style="visibility: visible;" id="search"&gt;&lt;em&gt;&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ชาวมายันไม่ใช่แค่กลุ่มคนกลุ่มเดียวที่ทำนายวันสิ้นโลกไว้ในปี 2012 แต่ชาว อินแคน และชาวอียิปต์โบราณ ก็ได้ทำนายในลักษณะใกล้เคียงกันว่า จะเกิดการแตกของโลกเป็นส่วนๆ ส่วนของแถบประเทศญี่ปุ่นจะจมลงสู่ใต้มหาสมุทร Nostradamus ก็ทำนายว่าจะมีดาวหางพุ่งชนโลกแถบเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงเวลาเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีการคาดเดาว่าหายะในปี 2012 จะเป็นการรวมทุกๆ หายะที่เคยปรากฎในหลายๆ ภาพยนต์ดังๆ อาทิเช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุ เฮอริเคน สินามิ น้ำท่วม ในเวลาเดียวกันและสถานที่เดียวกัน!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เชื่อว่าเกิดขึ้นเนื่องจากการขยับตัวของขั้วโลก, การพุ่งชนของกลุ่มดาวเคราะห์น้อย, การเปลี่ยนแปลงในกลุ่ม Solar System ที่จะมีการขยับเคลื่อนที่เข้าออกในทุกๆ 33 ล้านปี, การจัดตำแหน่งดาวเคราะห์ของดาวศุกร์ และ ยังมีการโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 26,000 รอบปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีกระแสข่าวลือว่า รัํ๊ฐบาลสหรัฐทราบถึงเรื่องนี้และไม่ต้องการให้เกิดการแตกตื่นจึงปิดเงียบไว้ ได้มีการจัดตั้งองค์กรลับขึ้นเพื่อที่จะหากลุ่มผู้ที่จะได้รอดชีวิตอยู่ เผื่อคงเผ่าพันธฺ์มนุษย์ชาติืเอาไว้หลังจากเดือน ธันวาคม 2012 มีความลือถึงขั้นว่า มีการจัดทำล๊อตเตอรี่เพื่อที่จะได้เป็นผู้ถูกเลือกที่จะเป็นมนุษย์กลุ่มสุดท้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;"แล้วคุณละ เชื่อหรือไม่ ว่า โลกจะถึงหายะในปี 2012&lt;/span&gt;"&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: right;"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;Aunn&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-5201055859792998984?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/5201055859792998984/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/11/2012.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5201055859792998984'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5201055859792998984'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/11/2012.html' title='หายะปี 2012'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-6144328168721703749</id><published>2009-10-28T23:14:00.004+07:00</published><updated>2009-11-18T12:10:10.701+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เทคโนโลยี'/><title type='text'>Cloud Computing</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;font style="font-weight: bold;" size="4"&gt;Cloud Computing&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;"ทิศทางของ computer ในอนาคตจะเปลี่ยนไปในทางใด&lt;/span&gt;"&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;Cloud Computing เป็นอีกหนึ่งความน่าจะเป็นของคอมพิวเตอร์ในอนาคตอันใกล้นี้ คำนิยามง่าย ๆ ของ Cloud Computing ก็คือ การที่ทุกๆ โปรแกรม (applications) หรือ files ทั้งหมด จะถูกจัดเก็บอยู่ใน Supercomputer ส่วนกลางขนาดใหญ่ หรือ จัดเก็บอยู่ใน network ความเร็วสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผู้ใช้ทั่วๆไป ก็แค่ เชื่อมต่อเข้าสู่ Supercomputer หรือ Network เพื่อการใช้งาน application หรือ files ต่างๆของตนเองผ่านเครื่อง computer ที่มีคุณสมบัติพื้นฐาน ซึ่งอาจจะต่ำกว่า  spec เครื่อง computer ในปัจจุบันด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ไอเดียของ Cloud Computing ไม่ใช่สิ่งใหม่ เคยมีการคิดไอเดียเดียวกันนี้ โดย Oracle's Larry Ellison ใช้ชื่อว่า New Internet Computer (NIC) ในช่วงปี 2000 โดย concept ที่ว่า ที่โต๊ะทำงานของคุณ สิ่งที่คุณต้องมีก็คือ computer ราคาถูกๆ ที่มีเพียงแค่ Processor, Keyboard, และ จอ Monitor เท่านั้นไม่จำเป็นต้องมี hard drive หรือ CD/DVD drive เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกเชื่อมต่อกับ internet ซึ่งเชื่อมตรงกับ supercomputer ที่จะเป็น host สำหรับทุกโปรแกรมและไฟล์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอเดียของ NIC นั้นไม่ได้ผิดจากไอเดียในปัจจุบันเลย เพียงแต่ว่าถูกนำเสนอในช่วงที่เร็วเกินไป เพราะในช่วงเวลานั้น high speed internet ยังไม่ใช่เป็นสิ่งที่แพร่หลายนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอเดีย cloud computing ได้ถูกนำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง เนื่องจากระบบ network และ internet ในปัจจุบันมีความเร็วที่สูงขึ้น ในปี 2006 เกือบ 75 % ของชาวอเมริกาใช้ highspeed internet ที่บ้าน ดังนั้นปัญหาจะไปตกที่ว่า cloud computing จะได้รับการยอมรับในวงกว้างหรือไม่ และ ถ้าเกิดว่า cloud computer เกิดขึ้นจริง คุณๆ จะใช้มันหรือไม่ ??&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-6144328168721703749?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/6144328168721703749/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/cloud-computing.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/6144328168721703749'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/6144328168721703749'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/cloud-computing.html' title='Cloud Computing'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-5868159629920372785</id><published>2009-10-27T23:46:00.003+07:00</published><updated>2009-11-18T12:10:33.849+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เทศกาล'/><title type='text'>Halloween</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;font size="4"&gt;&lt;span style="font-family: times new roman; font-weight: bold;"&gt;Halloween&lt;/span&gt;&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ใกล้ถึงวัน Halloween แล้วเลยเอาข้อมูล Halloween มาฝากครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทุกๆ เดือนตุลาคม จะเป็นช่วงที่เต็มไปด้วย ฟักทองแกะสลัก โครงกระดูกเต้นระบำ หน้ากากผี และแม่มดขี่ไม้กวาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Halloween เป็นเทศกาลที่ต่างจากทุกๆ เทศกาลแห่งความสุข เพราะเป็นเทศกาลที่จะเต็มไปด้วย การเล่าเรื่องผี การแกล้งอำ แต่งตัวแปลกประหลาด และเกมส์พิสดารต่างๆ ดังนั้นช่วง Halloween จะเป็นช่วงที่ต้องเตรียมตัวสำหรับการตกใจต่างๆ แต่จะมีกี่คนที่รู้เรื่องราว ลึกๆ ของ เทศกาล Halloween&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;มีกี่คนที่จะรู้ว่า Halloween แปลว่า อะไร?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Halloween จริงๆ นั้น ย่อ มาจากคำว่า All Hallows’ Even ซึ่ง Hallow นั้นเป็นคำภาษาอังกฤษโบราณที่แปลว่า Holy person หรือแปลเป็นไทยได้ว่า บุคคลที่เป็นที่เคารพบูชา ดังนั้น All Hallows’ Day จีงนับว่าเป็นวันที่ฉลองวันที่ระลึกของเหล่าบุคคลที่ความเครพบูชานั้นเอง All Hallows’ Even ถูกเรียกสั้นขึ้นตามกาลเวลาเป็น Hallowe’en และในที่สุดก็กลายเป็นคำว่า Halloween ในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ทำไมต้องเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคม?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สืบเนื่องมาจากชาว Celts โบราณที่เชื่อว่า ช่วงปลายเดือนตุลาเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ (เปลี่ยนฤดูกาล) รวมถึงเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงชีวิตคน นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกด้วยว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เปิดประตูเชื่อมต่อระหว่างความเป็นกับความตาย ชาว Celts ได้บอกเล่าถึงความเชื่อเรื่องช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ปากต่อปาก จากรุ่นสู่รุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;Trick or Treat มาจากไหน?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ต้องย้อนกลับไปในครั้งสมัยกลาง ช่วงเทศกาล Halloween ชาวเมืองมักจะทำเค้กที่เรียกว่า “Soul Cakes” ซึ่งเด็กๆมักชอบไปเคาะประตูตามบ้านต่างๆ เพื่อขอขนม Soul cakes เมื่อได้เค้กเด็กๆก็จะสวดขอพรให้กับวิญญาณของญาติๆของผู้ให้ เด็กๆ จะร้องเพลงประกอบการขอเค้ก "Trick-or-treat, trick-or-treat, give me something good to eat." คล้ายกับวัฒนธรรม Trick or Treat ในปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;ทำไมต้องฟักทองแกะสลัก?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟักทองแกะสลักนั่นถูกเรียกว่า Jack-o'-Lanterns ซึ่งก็มาจากเรื่องเล่าของชาว Irish ว่า มีชายชื่อ Jack เป็นคนเจ้าเล่ห์มากถึงขนาดหลอกล่อซาตานจนได้รับคำสัญญาจากซาตานว่าจะไม่รับเค้าไปลงนรก เมื่อเค้าตายแน่นอนว่าไม่สามารถขึ้นสวรรค์ได้ (เนื่องจากเลวเหลือเกิน) แต่ไปลงนรกก็ไม่ได้ตามที่ซาตานสัญญาไว้ ดังนั้นเค้าจึงวนเวียนอยู่ตลอดกาลดังวิญญาณเร่รอน ช่วงที่เค้าไปสู่ปากประตูนรก ซาตานได้โยนถ่านไฟร้อนๆ แดงๆ ให้เค้าเพื่อใช้นำทางในความมืดมิด Jack ได้เก็บถ่านไฟร้อนๆไว้ในหัวผักกาด เรื่องเล่าของ Jack และหัวผักกาดที่มีไฟถ่านได้สืบต่อกันมาในนามของปีศาจที่ชั่วร้าย ชาวไอริสได้ตกแต่งวัน Halloween ด้วยหัวผักกาดที่มีเทียนไฟข้างในแทนสัญญาลักษณ์ของปีศาจชั่วร้าย ซึ่งภายหลังชาวอเมริกันได้เปลี่ยนเป็นฟักทองในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-style: italic;"&gt;เรื่องที่คุณๆ อาจจะไม่ทราบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.    Halloween เป็นเทศกาลที่มีการขายขนมมากที่สุดในทุกๆเทศกาล มากกว่ากระทั่งเทศกาล Christmas และ Valentine’s day&lt;br /&gt;2.    ฟักทองเป็นผลไม้ ไม่ใช่ ผัก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-5868159629920372785?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/5868159629920372785/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/halloween_27.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5868159629920372785'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5868159629920372785'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/halloween_27.html' title='Halloween'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-5193231103309269756</id><published>2009-10-24T09:45:00.012+07:00</published><updated>2009-12-20T00:37:25.840+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สนุกสนาน'/><title type='text'>Who's smarter than who, Man or Woman ?</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;มาดูกันซิว่า ระหว่าง &lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);font-size:130%;" &gt;ผู้ชาย&lt;/span&gt; กับ &lt;span style="color: rgb(255, 102, 102);font-size:130%;" &gt;ผู้หญิง &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color: rgb(204, 0, 0);"&gt;"ใคร ฉลาด กว่า กัน"&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;ความฉลาดในตัวคุณ อาจหลับใหลอยู่ลึกๆ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;เผยมันออกมา &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;เกมดวล วัดความฉลาด ลองเล่นดูแล้วจะรู้ว่า สนุกแค่ไหน &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;และชมวีดีโอสนุกๆ หลังตอบคำถาม&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;Trivial Pursuit Experiment &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;Let's play a game and you will know who's smarter than who, &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;Man&lt;/span&gt; or &lt;span style="color: rgb(255, 102, 102);"&gt;W&lt;/span&gt;&lt;span style="color: rgb(255, 102, 102);"&gt;oman&lt;/span&gt; ?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;This is an easy fun game which could bring you laugh out loud. &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;strong&gt;Do it!&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;Click the link below;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.trivialpursuitexperiment.com/"&gt;http://www.trivialpursuitexperiment.com/&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color: rgb(204, 0, 0);"&gt;Reveal your inner genius now&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: rgb(204, 0, 0);"&gt;&lt;strong&gt;Your inner genius might be burried deeper than anyone thought !&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5396005308169629746" style="margin: 0px auto 10px; display: block; width: 320px; height: 184px; text-align: center;" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/SuJ2PQ-SsDI/AAAAAAAAAGU/0mCW5hziOrs/s320/who.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-5193231103309269756?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/5193231103309269756/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/whos-smarter-than-who-man-or-woman.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5193231103309269756'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/5193231103309269756'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/whos-smarter-than-who-man-or-woman.html' title='Who&apos;s smarter than who, Man or Woman ?'/><author><name>Lyn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18138794961796975027</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/StP1Z7Ue9-I/AAAAAAAAAFo/nxDsS41d52s/S220/Picture+2.png'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/SuJ2PQ-SsDI/AAAAAAAAAGU/0mCW5hziOrs/s72-c/who.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-7900200416630671777</id><published>2009-10-18T20:29:00.005+07:00</published><updated>2009-11-18T12:07:55.187+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สุขภาพ'/><title type='text'>เทศกาลกินเจ กินเจถูกต้อง ลดโรคภัย</title><content type='html'>เทศกาลกินเจ เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำเดือน 9 ไปจนถึง 9 ค่ำ ของเดือน 9 ตามปีปฏิทินจีน รวมระยะเวลา 9 วัน บางคนก็อาจเริ่มทานล่วงหน้า 1 วัน เพื่อล้างท้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อถึงเวลานี้ของทุกปี เราจะเห็นธงสีเหลืองๆ ที่มีอักษรจีนสีแดง บ้างก็เป็นภาษาไทย เขียนคำว่า 齋 (อ่านว่า เจ หรือ แจ) เอาไว้ติดตามร้านค้าต่างๆ ที่ขายอาหารเจ ธงสีเหลืองนั้น เป็นสีที่ใช้สำหรับกษัตริย์ และผู้ทรงศีล สีแดงเป็นสีแห่งมงคลของชาวจีนจึงเขียนคำว่า "เจ" เป็นสีแดง&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ประวัติความเป็นมาของเทศกาลกินเจ มีเรื่องเล่าต่างกันไปหลายตำนาน บ้างก็ว่าเป็นการไว้อาลัยแก่วีรบุรุษจีนชาวฮั่นทั้ง 9 ที่ต่อสู้กับแมนจู บ้างก็ว่าเพื่อสักการะพระโพธิสัตว์ทั้ง 9 พระองค์ บ้างก็ว่าเพื่อลำลึกถึงองค์ฮ่องเต้ราชวงศ์ซ้อง บ้างก็ว่าเพื่อเป็นเกียรติกับพี่น้องทั้ง 9 ซึ่งเป็นลูกของกษัตริย์ที่มีความสามารถมากและได้ช่วยปกป้องประเทศ หากท่านสนใจ ก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะด้วยตำนานใด ในปัจจุบัน เรากินเจกันเพื่อเป็นการชำระร่างกาย งดเบียดเบียนสัตว์ ได้ถือศีล สำรวมกาย วาจา ใจ แม้ไม่ได้ทำตลอด แต่ก็ถือว่า ได้ทำบุญ ถือศีล ตั้งจิตอธิษฐานตลอด 9 วัน ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายและจิตใจผ่องใส เบิกบาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="TEXT-ALIGN: center"&gt;&lt;span style="FONT-WEIGHT: bold; COLOR: rgb(204,0,0)"&gt;หลักปฏิบัติที่ถูกต้องในประเพณีถือศีลกินเจนั้น คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;1. นุ่งขาว ห่มขาว&lt;br /&gt;2. ถือศีล 5 ดำรงตนอยู่ในศีลบริสุทธิ์ ทั้งกาย วาจา ใจ&lt;br /&gt;3. ไม่ทานเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่ทำจากสัตว์ (ห้ามทานนม เนย ไข่ เพราะต้องการให้งดเว้นการเบียนเบียนสิ่งมีชีวิต)&lt;br /&gt;4. ไม่เสพย์ หรือทานของมึนเมา&lt;br /&gt;5. เลือกทานอาหารสะอาด ไม่ทานอาหารรสจัด ไม่ทานอาหารหมักดอง&lt;br /&gt;6. งดผักที่มีกลิ่นฉุน 5 ชนิด เนื่องจากมีรสหนัก มีกลิ่นฉุน ซึ่งจะส่งผลต่ออารมณ์ และเป็นพิษต่อร่างกาย ได้แก่&lt;br /&gt;- (1) กระเทียม รวมถึงต้นกระเทียม จะส่งผลต่อธาตุไฟ ทำให้อารมณ์และจิตใจเร่าร้อน ผู้ถือศีลจึงไม่ควรทาน แม้จะลดคอเลสเตอรอลได้ แต่ก็ระคายเคืองต่อกระเพาะมาก จึงไม่ควรทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ไม่ควรทานปริมาณมาก และสำหรับผู้มีแผลในกระเพาะ ควรงดทาน&lt;br /&gt;- (2) หัวหอม รวมถึงต้นหอม หอมแดง หอมใหญ่ จะไปทำลายไปไต และส่งผลต่อธาตุน้ำในร่างกาย ในตำราเภสัชศาสตร์ หอมแดงจะช่วยขับพยาธิ ขับลม แก้ท้องอืดแน่น ปวดประจำเดือน และอาการบวมน้ำได้ แต่การบริโภคเป็นประจำ หรือมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการหลงลืมง่าย ประสาทเสีย มีกลิ่นตัว ฟันเสีย เลือดน้อย และนัยน์ตาฝ้ามัว&lt;br /&gt;- (3) หลักเกียว(กระเทียมโทนของจีน) จะไปทำลายม้าม ส่งผลต่อธาตุดินในร่างกาย&lt;br /&gt;- (4) กุ้ยฉ่าย จะไปทำลายตับ ส่งผลต่อธาตุไม้ในร่างกาย&lt;br /&gt;- (5) ใบยาสูบ รวมถึงยาเส้นทั้งหลาย จะไปทำลายปอด และธาตุโลหะในร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="TEXT-ALIGN: center"&gt;&lt;span style="FONT-WEIGHT: bold; COLOR: rgb(204,0,0)"&gt;กินเจถูกต้อง ลดโรคภัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;อาหารเจที่ขายกันอยู่ตามท้องตลาด จะใช้แป้งทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ และปรุงรสใส่กลิ่นให้คล้ายคลึงกับเนื้อสัตว์จริงๆ เพื่อให้ได้รสชาติอร่อย ถูกปาก อีกทั้งอาหารประเภทผัด เช่น ผัดหมี่ ทั้งเลี่ยน ทั้งมัน อาหารประเภททอด เช่น เผือกทอด ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารประเภท แป้ง และ ไขมันเป็นส่วนใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านที่มีปัญหาสุขภาพ คอเลสเตอรอลสูง อ้วน เบาหวาน ควรใส่ใจกับการเลือกทานให้มากขึ้น สำหรับท่านที่ยังแข็งแรง ก็อาจจะทำให้ร่างกายสะสมไขมัน น้ำหนักขึ้น หรืออาจจะเกิดการเจ็บป่วยจากการกินเจได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควรเลี่ยงอาหารทอดๆ มันๆ เลือกทานอาหารที่ได้จากถั่วเหลือง เช่น โปรตีนเกษตร ฟองเต้าหู้ เต้าหู้หลอด เต้าหู้ก้อน น้ำเต้าหู้ หันมาทานผัก และผลไม้มากขึ้น ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำผักผลไม้คั้นสด งดเว้นการทานอาหารแป้งทำเทียมเลียนแบบเนื้อสัตว์ ซึ่งล้วนแล้วแต่ใส่สี เติมกลิ่น ปรุงแต่งรสมาทั้งนั้น ไหนๆ จะถือศีลกินเจทั้งที ก็อดใจ ละกิเลส ลดความอยากแค่ 9 วันเท่านั้น !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="COLOR: rgb(204,0,0); TEXT-ALIGN: center"&gt;&lt;span style="FONT-WEIGHT: bold"&gt;ผัก ผลไม้ตามธาตุทั้ง 5 (ตำราจีน) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="FONT-WEIGHT: bold"&gt;เพื่อให้ร่างกายเกิดสมดุล และยังช่วยลดโรคภัย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สีแดง &lt;/strong&gt;&lt;span style="FONT-WEIGHT: bold"&gt;&lt;/span&gt;สัญลักษณ์ธาตุไฟ ให้คุณต่อหัวใจ ได้จาก ถั่วแดง มะเขือเทศ พริกสุก แครอท มะละกอ ส้ม แตงโม นอกจากนี้ธัญพืชประเภทข้าวโอ๊ต ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลส่วนเกิน เพื่อลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรค หัวใจ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสขม เพราะจะเป็นอันตรายต่อระบบการไหลเวียนโลหิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สีดำ &lt;/strong&gt;สัญลักษณ์ธาตุน้ำ ให้คุณต่อไต ได้จากถั่วดำ เผือก มะเขือม่วง เห็ดหูหนู ลูกหว้า องุ่น ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่อง ไต ก็คืออาหารรสเค็ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สีเหลือง &lt;/strong&gt;สัญลักษณ์ธาตุดิน ให้คุณต่อม้าม ได้จากถั่วเหลือง ฟัก ทอง ข้าวโพด พริกเหลือง มะม่วง กล้วย ทุเรียน ให้คุณประโยชน์ในการบำรุงม้ามอย่างมาก แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สีขาว &lt;/strong&gt;สัญลักษณ์ธาตุโลหะ ให้คุณต่อปอด ได้จากถั่วขาว ลูกเดือย ผักกาดขาว กะหล่ำดอก มะพร้าว น้อยหน่า รับประทานแล้วให้คุณค่าต่อปอด และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเผ็ด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สีเขียว &lt;/strong&gt;สัญลักษณ์ธาตุไม้ ให้คุณต่อตับ&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt; ได้จากถั่วเขียว คะน้า ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ฝรั่ง ชมพู่ มะเฟือง การรับประทานผักสีเขียวมาก ๆ มีประโยชน์ในการบำรุงตับ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามตำราจีน ควรทานให้ครบทั้ง 5 ธาตุ เพื่อให้ร่างกายเกิดสมดุล สำหรับโภชนาการสมัยใหม่นั้น การทานผักหลากสี จะได้ เอ็นไซม์จากผัก ผลไม้ แร่ธาตุ และวิตามินครบถ้วน แม้ไม่ใช่ช่วงกินเจ แต่เราก็สามารถทานผัก ผลไม้เหล่านี้ได้ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="TEXT-ALIGN: center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;You Are What You Eat ! &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-7900200416630671777?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/7900200416630671777/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/blog-post_18.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/7900200416630671777'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/7900200416630671777'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/blog-post_18.html' title='เทศกาลกินเจ กินเจถูกต้อง ลดโรคภัย'/><author><name>Lyn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18138794961796975027</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/StP1Z7Ue9-I/AAAAAAAAAFo/nxDsS41d52s/S220/Picture+2.png'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-2858581733203225248</id><published>2009-10-17T23:34:00.002+07:00</published><updated>2009-11-18T12:09:45.655+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สุขภาพ'/><title type='text'>มารู้จัก Condom กันเถอะ</title><content type='html'>&lt;meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8"&gt;&lt;meta name="ProgId" content="Word.Document"&gt;&lt;meta name="Generator" content="Microsoft Word 11"&gt;&lt;meta name="Originator" content="Microsoft Word 11"&gt;&lt;link rel="File-List" href="file:///C:%5CDOCUME%7E1%5Cpars%5CLOCALS%7E1%5CTemp%5Cmsohtml1%5C02%5Cclip_filelist.xml"&gt;&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:PunctuationKerning/&gt;   &lt;w:ValidateAgainstSchemas/&gt;   &lt;w:SaveIfXMLInvalid&gt;false&lt;/w:SaveIfXMLInvalid&gt;   &lt;w:IgnoreMixedContent&gt;false&lt;/w:IgnoreMixedContent&gt;   &lt;w:AlwaysShowPlaceholderText&gt;false&lt;/w:AlwaysShowPlaceholderText&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:DontGrowAutofit/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:LatentStyles DefLockedState="false" LatentStyleCount="156"&gt;  &lt;/w:LatentStyles&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;style&gt; &lt;!--  /* Font Definitions */  @font-face 	{font-family:"Angsana New"; 	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:roman; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} @font-face 	{font-family:Tahoma; 	panose-1:2 11 6 4 3 5 4 4 2 4; 	mso-font-charset:0; 	mso-generic-font-family:swiss; 	mso-font-pitch:variable; 	mso-font-signature:1627421319 -2147483648 8 0 66047 0;}  /* Style Definitions */  p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal 	{mso-style-parent:""; 	margin:0cm; 	margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:12.0pt; 	mso-bidi-font-size:14.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-fareast-font-family:"Times New Roman"; 	mso-bidi-font-family:"Angsana New";} @page Section1 	{size:595.3pt 841.9pt; 	margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt; 	mso-header-margin:36.0pt; 	mso-footer-margin:36.0pt; 	mso-paper-source:0;} div.Section1 	{page:Section1;} --&gt; &lt;/style&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt;  /* Style Definitions */  table.MsoNormalTable 	{mso-style-name:"Table Normal"; 	mso-tstyle-rowband-size:0; 	mso-tstyle-colband-size:0; 	mso-style-noshow:yes; 	mso-style-parent:""; 	mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; 	mso-para-margin:0cm; 	mso-para-margin-bottom:.0001pt; 	mso-pagination:widow-orphan; 	font-size:10.0pt; 	font-family:"Times New Roman"; 	mso-bidi-font-family:"Times New Roman"; 	mso-ansi-language:#0400; 	mso-fareast-language:#0400; 	mso-bidi-language:#0400;} &lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;p style="text-align: center;" class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;&lt;font size="5"&gt;มารู้จัก Condom กันเถอะ&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;อัตราการมีเพศสัมพันธุ์ของวัยรุ่นไทย มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ แนวโน้มในปัจจุบัน วัยรุ่นอายุประมาณ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;14 &lt;span lang="TH"&gt;ปี เริ่มมีเพศสัมพันธุ์กันแล้ว พบปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น ปัญหาการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ในวัยรุ่น ปัญหาการติดเชื้อจากการทำแท้งในวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้น &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 12pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ในประเทศไทย วัยรุ่น(อายุต่ำกว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;20 &lt;span lang="TH"&gt;ปี) ตั้งครรภ์ประมาณ &lt;/span&gt;20 - 30% &lt;span lang="TH"&gt;ของหญิงไทยที่ตั้งครรภ์ทั้งประเทศ ซึ่งเป็นการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์สูงถึง &lt;/span&gt;80% &lt;span lang="TH"&gt;นำไปสู่การทำแท้ง และติดเชื้อโรคจากการทำแท้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าใจหายมาก&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 12pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;คนไทยส่วนมาก อายกับการเดินเข้าไปซื้อถุงยางอนามัย กลัวต่อสายตาของคนอื่นว่าจะมองเป็นคนไม่ดี สำส่อน เซ็กซ์จัด แต่เรื่องแบบนี้ ไม่เข้าใครออกใคร ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ หากมัวแต่กลัวจนไม่กล้าซื้อ ความกลัวนั้น อาจนำมาซึ่งปัญหามากมาย &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH"&gt;สโลแกนรัฐบาล "ยืดอกพกถุง" ออกมาเพื่อสร้างกระแสให้คนไทย(โดยเฉพาะวัยรุ่น) หันมาใช้ถุงยางอนามัย&lt;/span&gt; (Condom) &lt;span lang="TH"&gt;กัน เพื่อป้องกันการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ และควบคุมการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 12pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 13.5pt; font-family: Tahoma; color: rgb(102, 51, 0);" lang="TH"&gt;เรามาทำความรู้จักกับ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 13.5pt; font-family: Tahoma; color: rgb(102, 51, 0);"&gt;Condom &lt;span lang="TH"&gt;กันเถอะ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;Condom &lt;span lang="TH"&gt;หรือ ถุงยางอนามัย คือ อุปกรณ์ป้องกันการตั้งครรภ์ และป้องกันการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองใน ซิฟิลิส และเอดส์ เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ประโยชน์&lt;/span&gt;&lt;/u&gt; : &lt;span lang="TH"&gt;สวมใส่เมื่อต้องการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ และป้องกันการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือใช้เพื่อเป็นวัสดุกันน้ำ เช่น นักวิทยาศาสตร์นำตัวอย่างดินเก็บไว้ในถุงยาง เพื่อป้องกันไม่ให้ดินเปียกชื้น นักค้ายาเสพย์ติดนำถุงยางบรรจุเฮโรอีนแล้วกลืนกินลงท้อง เป็นต้น&lt;/span&gt; (&lt;span lang="TH"&gt;กรุณานำไปใช้อย่างสร้างสรรค์) &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt; &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;วัสดุที่ใช้ผลิต&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt; : &lt;span lang="TH"&gt;ปัจจุบัน ถุงยางอนามัยชายส่วนใหญ่ ผลิตจากยาง &lt;/span&gt;latex (&lt;span lang="TH"&gt;ยางพารา) ถุงยางอนามัยหญิง ผลิตจากโพลียูรีเทน&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;u&gt;&lt;span lang="TH"&gt;วิธีใช้&lt;/span&gt;&lt;/u&gt; : &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 12pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;ชาย --&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&gt; &lt;span lang="TH"&gt;สวมใส่องคชาติขณะแข็งตัว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH"&gt;หญิง --&lt;/span&gt;&gt; &lt;span lang="TH"&gt;สอดใส่ในช่องคลอด &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;อัตราความเสี่ยง&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt; : &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;- &lt;span lang="TH"&gt;ถุงยางอนามัย&lt;span style="color: rgb(51, 102, 255);"&gt;ชาย&lt;/span&gt; หากใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม อัตราความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์มีเพียง &lt;/span&gt;2 % &lt;span lang="TH"&gt;ต่อปี แต่จากการใช้โดยทั่วไป(อาจจะไม่ค่อยถูกต้องนัก) จะเสี่ยงถึง &lt;/span&gt;10 - 18 % &lt;span lang="TH"&gt;ต่อปี&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;- &lt;span lang="TH"&gt;ถุงยางอนามัย&lt;span style="color: rgb(255, 102, 102);"&gt;หญิง&lt;/span&gt; หากใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม อัตราความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์มีเพียง &lt;/span&gt;5 % &lt;span lang="TH"&gt;ต่อปี แต่จากการใช้โดยทั่วไป(อาจจะไม่ค่อยถูกต้องนัก) จะเสี่ยงถึง &lt;/span&gt;21 % &lt;span lang="TH"&gt;ต่อปี&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 12pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; color: rgb(102, 51, 0);" lang="TH"&gt;ถุงยางอนามัยชายปลอดภัยกว่า ใช้ง่ายกว่า หาซื้อง่ายกว่า ราคาถูกกว่า&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 12pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; color: red;" lang="TH"&gt;ข้อควรระวัง&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt; : &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;1. &lt;span lang="TH"&gt;ถุงยางชาย ส่วนใหญ่ผลิตจาก &lt;/span&gt;latex &lt;span lang="TH"&gt;ต้องใช้สารหล่อลื่นสูตรน้ำ เพราะสูตรน้ำมันจะไปทำลายถุงยางที่ผลิตจาก &lt;/span&gt;latex &lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;2. &lt;span lang="TH"&gt;ถุงยางชายอาจลื่นหลุดได้หลังการหลั่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์ ในบางรายหลุดเข้าไปในช่องคลอด จนทำให้ช่องคลอดอักเสบ ติดเชื้อ &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;3. &lt;span lang="TH"&gt;ถุงยางใหญ่ไป หรือเล็กไป อาจทำให้ถุงยางแตก หรือหลุดได้&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; color: black;"&gt;4.&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; color: red;"&gt; &lt;span lang="TH"&gt;การซ้อนถุง(สวมถุงสองชั้น) จะทำให้ถุงยางแตกรั่วได้ง่ายขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;5. &lt;span lang="TH"&gt;ถุงยางอาจขาดหรือรั่ว จากการฉีกซอง &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;6. &lt;span lang="TH"&gt;ถุงยางที่เก็บในที่ร้อนจัด เย็นจัด จะเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดรอยรั่วที่มองไม่เห็น หรือฉีกขาดได้ &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; color: black;"&gt;7.&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; color: red;"&gt; &lt;span lang="TH"&gt;กรุณาดูวันหมดอายุก่อนใช้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 12pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"&gt;เกร็ดน่ารู้&lt;/span&gt;&lt;/u&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt; :&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;- &lt;span lang="TH"&gt;ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ใช้ถุงยางมากที่สุดในโลก&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;- &lt;span lang="TH"&gt;ถุงยางหนา หรือบาง ไม่มีผลต่อการแตกยาก หรือง่ายเลย&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;- &lt;span lang="TH"&gt;มีถุงยางชนิดเพิ่มลอน เพิ่มปุ่มเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้รับอรรถรสเหมือนไม่ใส่ หรือดีกว่านั้น ! &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;- &lt;span lang="TH"&gt;ถุงยางไม่น่าเบื่อ เพราะมีให้เลือกหลายแบบ หลายทรง หลายสี หลายกลิ่น ผิวเรียบ ผิวไม่เรียบ &lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="margin-bottom: 12pt;"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;br style=""&gt; &lt;!--[if !supportLineBreakNewLine]--&gt;&lt;br style=""&gt; &lt;!--[endif]--&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal" style="text-align: center;" align="center"&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma; color: rgb(102, 51, 0);" lang="TH"&gt;รู้อย่างนี้แล้ว รีบไปหาซื้อถุงยางกันเถอะ...&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family: Tahoma;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;  &lt;p class="MsoNormal"&gt;&lt;o:p&gt; &lt;/o:p&gt;&lt;/p&gt;  &lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-2858581733203225248?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/2858581733203225248/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/condom.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/2858581733203225248'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/2858581733203225248'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/condom.html' title='มารู้จัก Condom กันเถอะ'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-4381274591463266043</id><published>2009-10-14T23:15:00.005+07:00</published><updated>2009-11-18T12:11:22.878+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อัพเดท'/><title type='text'>Facebook - Social networking site ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้</title><content type='html'>&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;Facebook&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;em&gt;Social networking site ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;Facebook คืออะไร?&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;มันก็คือ เครือข่ายสังคมขนาดใหญ่บนเวปไซด์นั้นเอง ชื่อ Facebook นั้นได้มาจากชื่อของหนังสือที่จะแจกให้ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีแรกเพื่อจุดประสงค์ในการช่วยเหลือนักเรียนใหม่ ให้ได้รู้จักกับนักเรียนคนอื่นๆได้ดีขึ้น โดยมีรูปหน้าของนักเรียนในมหาวิทยาลัยปรากฎอยู่&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;เวป Facebook ถือกำเนิดขึ้นมาจากกลุ่มนักเรียน Harvard University โดยระยะแรกนั้นการเป็นสมาชิกของเวปไซด์ได้จำกัดเฉพาะนักเรียน Harvard เท่านั้น หลังจากเริ่มแพร่หลาย ก็มีการขยายกลุ่มผู้ใช้ไปสู่กลุ่มนักเรียนในแถบ Boston และขยายไปสู่กลุ่มนักศึกษามหาลัยต่างๆ นักเรียน และบุคคลทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;ปัจจุบัน Facebook มีคน register แล้วกว่า 300 ล้านคนทั่วโลก&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;strong&gt;ประวัติโดยย่อ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook กล่าวว่า ระหว่างที่เค้ากำลังโดนแฟนสาวทิ้งเค้าก็ได้เจอกับ หนังสือ Facebook ของหอพักที่เค้าอยู่ เปิดอยู่และได้เห็นรูปเพื่อนๆ ร่วมหอพักหลายคน รูปหลายรูปนั้นหน้าตาดูแย่มากๆ ราวกับรูปสัตว์ตามฟาร์ม &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;เค้าเริ่มเกิดความคิดที่จะนำภาพของเพื่อนในหอพักมาวางคู่เปรียบเทียบกับสัตว์ต่างๆ แต่ก็คิดว่า คงไม่เวิร์ก แต่เค้าก็ยังชอบความคิดที่จะเอารูปมาเทียบกันจากนั้นเค้าก็เริ่มการ Hack เข้าระบบหอพักต่างๆ เริ่มนำรูปของนักเรียนจากต่างๆ หอกันมาวางเปรียบเทียบกันและให้เพื่อนๆ เข้ามาโหวตว่าใคร หน้าตาดีกว่า &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;เกมส์การเปรียบเทียบหน้าตาของเพื่อนๆ เริ่มแพร่ขยายไปสู่หลายๆ วิทยาเขตของ Harvard จนภายหลังไซด์ได้ถูกปิดลง เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยตรวจพบการลักลอบ Hack ระบบของ Mark&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;หลังจากที่ข้อหาทั้งหมดของ Mark ได้รับการยกเลิก Mark จึงได้คิดสร้าง Facebook ขึ้นมาเนื่องจากเห็นว่า website ที่เกี่ยวกับ Facebook น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าและหลายๆคนก็คิดจะทำ แต่ก็ยังไม่มีใครทำขึ้นมาอย่างจริงจัง &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;Mark ได้สร้างไซด์ชื่อ The Facebook ในเวลาไม่กี่อาทิตย์และได้เริ่มกระจายข่าวของไซด์ใน mailing list ของหอ จากปากต่อปากทำให้มีคน1200-1500คนเข้ามา ลงทะเบียนในเวปของเค้าภายในเวลา 24 ชั่วโมง ชื่อ The Facebook ได้เปลี่ยนกลายมาเป็น Facebook ในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ Facebook&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;1. Facebook เคยถูก block จากหลายประเทศ เช่น Syria, China, Iran (ซึ่งปัจจุบัน Iran ปลด block แล้ว)&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;2. Facebook ยังถูกฟ้องร้องว่า ขโมย source code และ ทรัพย์สินทางปัญญา จากกลุ่มเพื่อนของผู้ริเริ่มเวปไซด์ด้วยกันเอง&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;3. Facebook ถือกำเนิดเพราะ เจ้าของเวปไซด์ถูกสาวทิ้งและต้องการหาอะไรทำแก้เซ็ง!!&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;4. Facemash คือชื่อ แรกเริ่มของ Facebook&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา: Wikipedia&lt;/p&gt;&lt;p align="right"&gt;&lt;em&gt;Aunn..&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-4381274591463266043?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/4381274591463266043/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/facebook-social-networking-site.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/4381274591463266043'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/4381274591463266043'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/facebook-social-networking-site.html' title='Facebook - Social networking site ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-7184099788361275553</id><published>2009-10-13T10:29:00.004+07:00</published><updated>2009-11-18T12:08:59.703+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สุขภาพ'/><title type='text'>Trans Fat ภัยร้ายใกล้ตัว</title><content type='html'>ปัจจุบัน เราเริ่มหันมาสนใจสุขภาพและอาหารการกินกันมากขึ้น และจากการตื่นตัวของอเมริกันชนเกี่ยวกับ Trans Fat (ทรานส์ แฟ็ต) หรือไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันชนิดหนึ่ง ที่พบได้ทั่วไปในอาหาร และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปในท้องตลาด ไขมันชนิดนี้ อาจยังไม่เป็นที่รู้จักของใครหลายคน แต่มันกลับทำร้าย ทำลายชีวิตของผูบริโภคไปทีละน้อย เจ้าไขมันตัวนี้ คืออะไร มันร้ายกาจกับเราแค่ไหน วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับมันกันค่ะ&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พูดถึงไขมัน จะขอกล่าวถึงไขมันที่เป็นที่รู้จักกันดี มี 2 ชนิด คือ&lt;br /&gt;1. ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) เป็นไขมันซึ่งมีกรดไขมันชนิดอิ่มตัวเป็นส่วนประกอบหลัก แข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง พบมากในอาหารประเภทที่มีไขมันจากสัตว์ เนื้อสัตว์ ไข่ นม เนย และในอาหารจากพืช เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำกะทิ หากรับประทานเป็นปริมาณมาก หรือรับประทานอย่างต่่อเนื่อง จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คอเลสเตอรอลประเภทที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย(ไขมันเลว) หรือ LDL - Low Density Lipoprotein Cholesterol&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fat) เป็นไขมันซึ่งมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเป็นส่วนประกอบหลัก ซ่ึงมีทั้งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (monounsaturated and polyunsaturated) ไม่แข็งตัวที่อุณภูมิห้อง พบมากในน้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง เมื่อทานในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยลด LDL และยังเพิ่ม HDL – High Density Lipoprotein Cholesterol ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีต่อร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนไขมันทรานส์ คือไขมันประเภทไม่อิ่มตัว แต่นำมาผ่านกระบวนการทางเคมี โดยการเติม Hydrogen ลงไปในน้ำมันพืช เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างทางโมเลกุล เพื่อให้เกิดความคงตัวของน้ำมัน และยืดอายุการเก็บรักษาให้นานขึ้น เราเรียกกระบวนการนี้ว่า Hydrogenation พูดง่ายๆ ก็คือ การนำเอาไขมันดี มาทำให้แข็งตัวที่อุณภูมิห้อง และเมื่อนำไปผ่านความร้อนเพื่อประกอบอาหาร ก็จะละลายกลายเป็นน้ำมัน&lt;br /&gt;Trans fat ราคาถูกกว่าไขมันจากสัตว์ เก็บรักษาได้นานโดยไม่เหม็นหืน ทนความร้อนสูง ใช้เพื่อประโยชน์ของอุตสากรรมอาหารล้วนๆ ทำให้ผู้ประกอบการ หันมาใช้ Trans fat ในการประกอบอาหาร เช่น การผลิตเนยมาการีนจากน้ำมันพืช การผลิตครีมเทียมคอฟฟี่เมทจากถั่วเหลือง การผลิตวีปครีม  การผลิตเนยขาวหรือ shortening สำหรับทำขนมเค้ก คุ้กกี้ การผลิตเนยถั่ว หรือ peanut butter การทำอาหารจำพวก ขนมขบเคี้ยว ไก่ทอด มันฝรั่งทอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากไขมันดี เมื่อถูกเปลี่ยนโมเลกุลเพื่อประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร มันกลับกลายเป็นภัยร้ายใกล้ตัวเรา จากผลงานทดลองและวิจัยมากมายอันเป็นที่ยอมรับทางวิทยาศาสตร์ พบว่า ผู้บริโภค Trans fat จะทำให้ร่างกายมีปริมาณ LDL หรือไขมันเลวเพิ่มสูงขึ้นมาก แต่กลับลด HDL ลง จึงส่งผลทำให้ HDL ซึ่งเป็นไขมันดี ทำหน้าที่เป็นตำรวจจับเจ้า LDL ตัวร้าย ไปทำลายที่ตับกลับไม่สามารถกำจัดมันออกไปได้หมด ตับต้องทำงานหนักเพื่อกำจัดเจ้า LDL จากไขมันกลายพันธุ์ ก็กลายเป็นโรคตับ คอเลสเตอรอลเยอะ ก็ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันตามมา และยังนำไปสู่โรคเบาหวาน และโรคอ้วนอีก น่ากลัวไหมล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยทั่วไป เราสามารถพบ Trans fat ในธรรมชาติได้จากเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ในนม ชีส เนื้อวัว เป็นต้น แต่เป็นปริมาณที่น้อยมาก การบริโภค Trans fat ในปริมาณน้อย จึงไม่ค่อยมีผลต่อร่างกายเท่าไรนัก แต่หากบริโภคเป็นปริมาณมาก และทุกวัน โดยไม่รู้ตัว ก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายเราได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบัน นานาอารยะประเทศ หันมาให้ความสนใจลดปริมาณการบริโภค Trans fat และตระหนักถึงปัญหาโรคภัยจาก Trans fat กัน ถึงขั้นออกกฎหมายควบคุม และคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ประกอบการต้องแสดงข้อมูลการใช้ Trans fat อย่างชัดเจนบนสลากผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการหลายแห่ง เลิกใช้ Trans fat บางแห่งที่ยังใช้อยู่ ก็ต้องระบุปริมาณที่ใช้อย่างชัดเจน เพื่อเคารพสิทธิผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่า เรายังไม่มีกฎหมายใดๆ เกี่ยวกับ Trans fat คนไทยก็ยังไม่ตื่นตัวกัน หลายคนยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรด้วยซ้ำ  หันมาใส่ใจให้ความสำคัญกับคุณค่าชีวิตของเรากันดีกว่าค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: center;"&gt;ก่อนซื้อ ดูฉลากสักนิดนะคะ สุขภาพดี ชีวีมีสุขค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align: right;"&gt;Lyn&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-7184099788361275553?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/7184099788361275553/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/trans-fat.html#comment-form' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/7184099788361275553'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/7184099788361275553'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/trans-fat.html' title='Trans Fat ภัยร้ายใกล้ตัว'/><author><name>Lyn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18138794961796975027</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='25' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_NQUEK_yjJ5U/StP1Z7Ue9-I/AAAAAAAAAFo/nxDsS41d52s/S220/Picture+2.png'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-2833458688202679656</id><published>2009-10-10T21:05:00.014+07:00</published><updated>2009-11-18T12:11:01.867+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ท่องเที่ยว'/><title type='text'>นอร์เวย์ - ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน</title><content type='html'>&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ประเทศนอร์เวย์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน (The Midnight Sun)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลพื้นฐาน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ตั้งอยู่ในยุโรปเหนือ มีอาณาเขตติดกับประเทศ สวีเดน ฟินแลนด์ รัสเซีย เดนมาร์ก และ สหราชอาณาจักร มีการปกครองในระบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขของรัฐ นอร์เวย์มีการใช้ภาษาของตัวเอง (ภาษานอร์เวย์เจียน) เป็นภาษาราชการ แต่ชาวนอร์เวย์ส่วนมากสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีใช้สกุลเงิน โครนนอร์เวย์ (kr) เมืองหลวงชื่อเมืองออสโล เวลานอร์เวย์จะช้ากว่าเมืองไทย 5 ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อากาศ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;มีฤดูหนาวยาวนานถึง 6 เดือน ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน ในฤดูหนาว (-40c ถึง 0 c) จะมีช่วงกลางวันเพียง 5-6 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น หน้าร้อน (20c ถึง 25c) จะเป็นช่วงเดือน มิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อาหารประจำชาติ &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. เลฟซ่า- ทำจากมันฝรั่งต้มบดและมีลักษณะคล้ายโรตีแผ่นใหญ่ มักทาเนยด้านบน&lt;br /&gt;2.ไส้กรอกห่อแป้งโรตี&lt;br /&gt;3.เนื้อกวางเรนเดียร์แห้ง&lt;br /&gt;4.อาหารที่ทำจากปลาสด (ปลาเทร้าต์ ปลาค๊อต)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สิ่งน่าสนใจ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. ในช่วงฤดดูร้อนจะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ได้แม้ในเวลาเที่ยงคืน เนื่องด้วยนอร์เวย์ตั้งอยู่ทางขั้วโลกเหนือและโลกเอียงเอาขั้วโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ทำให้สามารถรับแสงสว่างได้เกือบตลอดทั้งวัน เมืองที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้แก่ เมือง ทรูมเซอร์ จนถึง เมือง นอร์ทเคป&lt;br /&gt;2. Fjord (ธารน้ำแข็ง) – นอร์เวย์มี Fjord มากมาย Sognefjord คือ Fjord ที่มีความยาวและลึกที่สุดในนอร์เวย์&lt;br /&gt;3. พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ข้อควรรู้&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. นอร์เวย์ใช้ไฟ 220 Volt เหมือนเมืองไทย ใช้ปลั๊กแบบขากลมสองขา&lt;br /&gt;2. รหัสโทรศัพท์ของประเทศนอร์เวย์คือ +47&lt;br /&gt;3. สินค้าตามร้านมักไม่สามารต่อรองราคาได้ ขายตามราคาป้าย&lt;br /&gt;4. ช่วงลดราคาสินค้าประจำปีคือ ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ และ ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม&lt;br /&gt;5. สินค้าน่าสนใจคือ เครื่องครัว พวงกุญแจ หินสี ผลิตภัณฑ์ขนสัตว์ น้ำมันปลา&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;“ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์” – Alt for Norge&lt;br /&gt;คำขวัญประจำชาติ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="right"&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;Aunn..&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-2833458688202679656?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/2833458688202679656/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/blog-post_10.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/2833458688202679656'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/2833458688202679656'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/blog-post_10.html' title='นอร์เวย์ - ดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืน'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1766751832676090785.post-6466769032573142029</id><published>2009-10-10T18:18:00.002+07:00</published><updated>2009-11-18T12:08:59.703+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สุขภาพ'/><title type='text'>เลือดและการบริจาคเลือด</title><content type='html'>&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:180%;"&gt;เลือดและการบริจาคเลือด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;เลือดคืออะไร?&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;เลือดเป็นของเหลวที่สำคัญในร่างกายที่ใช้ในการลำเลียงสารอาหาร ที่ผ่านการย่อยสลายแล้วไปยังเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย นอกจากสารอาหารแล้วเลือดยังทำหน้าที่ในการลำเลียงก๊าซออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ที่เข้าและออกจากปอดด้วย &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;นอกจากหน้าที่สำคัญข้างต้น เลือดยังทำหน้าที่สำคัญอีกหลายอย่างที่เราอาจจะไม่ทราบ อย่างเช่น การลำเลียงสารต่อต้านเชื้อโรคจำพวก Antiboby, ลำเลียงฮอร์โมน, เอนไซม์ไปทั่วร่างกาย และยังทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;a name='more'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;คุณสมบัติของเลือด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;เลือดของคนเราเป็นเบสอ่อน และมีปริมาณประมาณร้อยละ 8 ของน้ำหนักร่างกายหรือประมาณ 5-6 ลิตรในผู้ชาย 4-5 ลิตรในผู้หญิง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;strong&gt;ประวัติการบริจาคเลือด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;การให้เลือดที่ได้รับการบันทึกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกจากการให้เลือดของแกะสู่คน ในประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษเมื่อสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา มีการบันทึกว่าได้ผลดีกับผู้ป่วยบางคน แต่มีผลเสียกับผู้ป่วยจนถึงแก่ชีวิตทำให้การให้เลือดจากแกะสู่คนต้องหยุดชะงักลง &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;การให้เลือดจากคนสู่คนครั้งแรกเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ โดย เจมส์ บลันเดลล์ (James Blundell) ซึ่งต่อมาใช้การให้เลือดอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสงครามระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมัน แต่การให้เลือดระหว่างมนุษย์ช่วงแรกก็ยังมีปัญหาอยู่ คือการแข็งตัวของเลือดหลังการเจาะก่อนการนำไปใช้กับผู้ป่วยและการเกิดปฎิกิริยาต่อต้านของผู้รับเลือด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาทั้งสองถูกแก้ไขในภายหลัง โดยมีการเติมสารต่อต้านการแข็งตัวของเลือดหลายชนิดลงไปเพื่อยืดอายุการแข็งตัวของเลือด ซึ่งปัจจุบันใช้น้ำยา ซีพีดี (Citrate Phosphate-Dextrose) ซึ่งสามารถทำให้เก็บเลือดได้นานขึ้นอีกถึง 30 วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการเกิดปฎิกิริยาระหว่างการรับเลือดมนุษย์ด้วยกันนั้นเกิดจากที่ให้เลือดไม่ตรงกับหมู่เลือดของผู้รับ ซึ่งทำให้เกิดการค้นพบหมู่เลือด A, B, O, AB และหมู่เลือดระบบ Rh ในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การบริจาคเลือดในไทย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าการให้เลือดครั้งแรกในไทยทำโดยใคร แต่เชื่อว่าเกิดขึ้นครั้งแรกที่ ศิริราช เกือบ 80 ปีที่ผ่านมา ส่วนธนาคารเลือดในไทยตั้งขึ้นมาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนสภากาชาดไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2436 เดิมชื่อ สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม สภากาชาดไทยตั้งเป้าหมายว่าต้องหาโลหิตจากการบริจาคไม่น้อยกว่า 1.6 ล้านยูนิต ซึ่งจะต้องเป็นเลือดที่ผ่านการตรวจสอบวิเคราะห์หา ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบ บี, ไวรัสตับอักเสบซี และเอดส์แล้ว ปัจจุบันเกือบร้อยละ 5 ของเลือดที่ได้รับบริจาคจะพบเชื้อดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อควรรู้เกี่ยวกับการบริจาคเลือด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1. การให้เลือดเป็นวิธีเดียวที่จะแก้ไขปัญหาการเสียเลือดมากเกินไปของผู้ป่วย ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาภาวะช๊อกที่เกิดจากการเสียเลือดมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2. การบริจาคเลือดไม่เกิดอันตรายใดๆกับผู้ให้เลือดเนื่องจากการให้เลือดนั้น จะเป็นการให้เลือดในส่วนเลือดสำรองของร่างกายเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3. บุคคลที่สามารถให้เลือดได้นั้นควรมีอายุ 18-60 ปี น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง นอนหลับเพียงพอ เลือดของผู้ให้ไม่ควรมีอันตรายกับผู้รับ เช่น ไม่ควรมีเชื้อ ซิฟิลิส ไวรัสตับอักเสบ และเอดส์ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;4. การบริจาคเลือดใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ระยะเวลารวมการลงทะเบียนและตรวจสอบเบื้องต้นรวมแล้วไม่เกิน 45 นาที ควรดื่มน้ำ 3-4 แก้ว, งด แอลกฮอล์และบุหรี่ ก่อนบริจาค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5. หลังบริจาคเลือดควรดื่มน้ำมากกว่าปกติ เลี่ยงเลียงการออกกำลังกายที่เสียเหงื่อมาก งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ และรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6. หมู่เลือดมีความสำคัญมากกับการให้เลือด ในประเทศไทย หมู่เลือดที่พบเยอะที่สุดคือ O พบน้อยที่สุดคือ AB และ Rh- จะพบ1-3 คนจากคน 1000 คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7. หมู่เลือดเดียวกันสามารถให้และรับเลือดหมู่เดียวกันได้7. หมู่เลือด O สามารถให้ได้ทุกหมู่เลือดแต่จะรับได้เฉพาะหมู่เลือด O เท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8. หมู่เลือด AB จะสามารถรับเลือดได้จากทุกหมู่เลือด แต่ไม่สามารถให้เลือดหมู่เลือดอื่นได้นอกจากหมู่เลือด AB เท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9. หมู่เลือด Rh+ สามารถรับเลือด Rh+ และ Rh- ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10 หมู่เลือด Rh- สามารถรับได้เฉพาะ Rh- เท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;11. เลือดที่ได้รับบริจาคสามารถเก็บได้เป็นปี ด้วยกระบวนการพิเศษเก็บเป็นเลือดแข็ง หรือเก็บได้ประมาณ 30วัน ที่อุณหภูมิ 2-4 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;12. การบริจาคเลือดแต่ละครั้งจะบริจาคประมาณ 0.3-0.5 ลิตร และไม่ควรบริจาคมากกว่า 3 เดือนต่อครั้ง&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูล:&lt;/strong&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;1. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8 [เลือด และธนาคารเลือดในประเทศไทย]&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2. รายการวิทยุจุฬาฯ คลินิก 101.5 ออกอากาศ วันศุกร์ที ่ 30 เมษายน พ.ศ. 2547&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3. สภากาชาดไทย&lt;/p&gt;&lt;p align="right"&gt;&lt;em&gt;Aunn..&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1766751832676090785-6466769032573142029?l=mybrainsfood.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/feeds/6466769032573142029/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/blog-post.html#comment-form' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/6466769032573142029'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1766751832676090785/posts/default/6466769032573142029'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://mybrainsfood.blogspot.com/2009/10/blog-post.html' title='เลือดและการบริจาคเลือด'/><author><name>Aunn</name><uri>http://www.blogger.com/profile/12048711460695346873</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_KwOWDJ0x9dg/StE4VL_hZyI/AAAAAAAAAAM/z4h_YRn7Oxg/S220/aunn_small.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
